สรุปไทม์ไลน์ 7-Eleven จากสาขาแรก ผ่านไป 30 ปี กลายเป็นบริษัทรายได้ 500,000 ล้าน..

 

สรุปไทม์ไลน์ 7-Eleven จากสาขาแรก ผ่านไป 30 ปี กลายเป็นบริษัทรายได้ 500,000 ล้าน..ข้อมูลน่าสนใจ:- แม้ 7-Eleven…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2020

 

 

ข้อมูลน่าสนใจ:

– แม้ 7-Eleven สาขาแรกในไทยจะเปิดในปี พ.ศ.2533 แต่ที่จริงแล้วทางบริษัทได้รับสิทธิ์จาก 7-Eleven, Inc. ของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 แล้ว

 

– จนกระทั่ง พ.ศ.2533 เมื่อทุกอย่างพร้อม ทางบริษัท ซี.พี คอนวีเนียนสโตร์ จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด พร้อมเปิดสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์

 

– พ.ศ.2537 เพียง 4 ปีหลังเปิดสาขาแรก ก็เปิดบริการ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” สำหรับเป็นตัวแทนรับชำระเงิน

 

– พ.ศ.2539 จัดตั้งบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด โดยเน้นไปที่การทำอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่ มาเสริมในร้านสะดวกซื้อ

 

– พ.ศ.2541 ตอนนั้น 7-Eleven มีจำนวนกว่า 1,000 สาขาในไทย หลังจากเปิดสาขาแรกมาได้ประมาณ 8 ปี

 

– พ.ศ.2545 ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือการจับมือกับ ปตท. เพื่อเปิด 7-Eleven ในปั๊มน้ำมันที่กำลังขยายไปทั่วประเทศ ในปีนั้น 7-Eleven เองก็เปิดครบ 2,000 สาขาอีกด้วย

(จุดน่าสนใจ: จาก 1-1,000 สาขา ใช้เวลา 8 ปี แต่จาก 1,000-2,000 สาขา ใช้เวลา 4 ปีเท่านั้น)

 

– พ.ศ.2546 บริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น

 

– พ.ศ.2550 จัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เพื่อเป็นสถานศึกษา และสร้างบุคลากรเข้าสู่ระบบการทำงาน ซึ่งตอนนั้นมีกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ

ในปีนั้นยังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

 

– พ.ศ.2552 หลังจากเปิดมาครบ 20 ปี ทาง 7-Eleven ก็ฉลองการเปิดครบ 5,000 สาขาในไทย พร้อมกับตั้งเป้าหมายยุคใหม่ด้วยความต้องการเป็นร้าน “อิ่มสะดวก”

หลังจากนั้นเราจึงเริ่มเห็นร้านเน้นขายอาหารมากยิ่งขึ้น จากในสมัยก่อนที่เป็นร้านสะดวกซื้อซึ่งมีของใช้และของกินปนๆ กันไป

 

– พ.ศ.2556 ตอนนั้นมี 7-Eleven ประมาณ 7,000 สาขาทั่วประเทศ

จุดน่าสนใจคือการเข้าซื้อกิจการของ Makro พร้อมกับออกหุ้นกู้มูลค่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นหุ้นกู้เอกชนมูลค่าสูงสุดของไทยตอนนั้นด้วย

– พ.ศ.2560 หลังจากเปิดมาเกือบ 30 ปี ในที่สุด 7-Eleven ก็สามารถขยายไปได้ถึง 10,000 สาขาทั่วประเทศ

 

จนกระทั่งปีล่าสุด พ.ศ.2562 มีร้าน 7-Eleven มากถึง 11,712 สาขาทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

บริษัทมีรายได้ในปีล่าสุด 571,110 ล้านบาท กำไร 22,343 ล้านบาท

ส่วนหุ้น CPALL ถูกซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ด้วยราคา 70 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (ค่า P/E) ประมาณ 28 เท่า

ส่งผลให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นกิจการที่มีมูลค่าสูงถึง 633,000 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองเพียง ปตท. และท่าอากาศยานไทยเท่านั้น..

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...