สรุป 7 เรื่องน่าสนใจ จากข้อมูลอันดับเศรษฐีไทย ประจำปี 2563

 

สรุป 7 เรื่องน่าสนใจ จากข้อมูลอันดับเศรษฐีไทย ประจำปี 25631….

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2020

 

1. ในภาพรวมแล้วเศรษฐีไทยจนลงกว่าเดิม

ด้วยหลายปัจจัยที่มาเกี่ยวข้องกัน ทำให้ในปี 2563 มหาเศรษฐีในไทย 50 อันดับแรก มีทรัพย์สินลดลงประมาณ 915,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

2. เจียรวนนท์ ยังครองอันดับ 1 อย่างเข้มแข็ง

แม้ทรัพย์สินของเบอร์หนึ่งจะลดลงประมาณ 5% แต่ก็ยังคงทิ้งห่างอันดับสอง ซึ่งเป็นเครือ “กระทิงแดง” อยู่ถึง 230,000 ล้านบาท

ซึ่งหากดูจากแนวโน้มในอนาคตแล้ว เชื่อว่ายังคงยากที่จะตกลงไปในเร็วๆ นี้

 

3. กระทิงแดง ก็ยังคงยืนหยัดได้ในยุคนี้

ต่อให้เศรษฐกิจจะซบเซาลงไป แต่ไม่ได้มีแค่อาหารอย่าง “มาม่า” ที่ยังคงขายได้เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าทางเครือกระทิงแดงเอง ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนักเช่นกัน

แม้ทรัพย์สินของคุณเฉลิม อยู่วิทยา เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อประกอบกับทางคุณเจริญ และตระกูลจิราธิวัฒน์มีทรัพย์สินลดลง

ทำให้คุณเฉลิมขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้ จากเมื่อปีที่แล้วอยู่ในอันดับ 3

 

4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ จากอันดับ 2 ในปีก่อน มาอยู่ที่อันดับ 4 ในปีนี้ มีมูลค่าทรัพย์สินลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง

หลังจากที่ได้นำบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น เข้าทำการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ใช่จังหวะที่ดีเท่าไรนัก เพราะด้วยวิกฤติโควิด-19 รวมถึงการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอยที่ซบเซา ทำให้ตอนนี้ราคาหุ้นยังต่ำกว่าราคา IPO อยู่ประมาณ 20%

 

5. ธุรกิจโรงไฟฟ้า ยังคงโดดเด่น

คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี แห่งบริษัท Gulf ที่สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในตลาดหุ้น มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาสูงถึง 33%

ถ้าเราไล่ดูให้มากขึ้น จะพบว่าใน 50 อันดับเศรษฐีไทย ก็จะพบมหาเศรษฐีด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีก 2 คน

นั่นก็คือ คุณฮาราลด์ ลิงค์ จากบริษัทบี.กริม เพาเวอร์ และ คุณวิระชัย ทรงเมตตา บริษัทแอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นในปีที่ผ่านมาและปีนี้ ธุรกิจโรงไฟฟ้านั้นสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้สูงมาก

 

6. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หายไปจากท็อปเทน

นายแพทย์ปราเสริฐ เศรษฐีหุ้นเบอร์ต้นของไทย หล่นจากอันดับ 7 ในปีก่อนมาเป็นอันดับ 11 ในปีนี้ เนื่องมาจากการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นทั้งกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ และหุ้นของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

ซึ่งเทียบกับช่วงกลางปีก่อน เขามีทรัพย์สินลดลงประมาณ 23,000 ล้านบาท คิดเป็น 20% ที่ลดลงไป

 

7. ธุรกิจของนักการเมืองขั้วตรงข้ามกับรัฐบาล

ขออนุญาตนำเศรษฐีอันดับ 16 และอันดับที่ 28 เข้ามาพูดถึงในบทความนี้ด้วย เนื่องจากทั้งคุณทักษิณ และคุณสมพร (แม่ของคุณธนาธร) ต่างก็ได้รับความสนใจจากสื่อไม่แพ้คนอื่นๆ

และที่สำคัญทั้งสองคน ยังถูกยกให้เป็นคนที่อยู่ขั้วตรงข้ามกับทางรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างชัดเจน

จากการประเมินพบว่าทรัพย์สินของคุณทักษิณ ลดลงไปเล็กน้อย คาดว่าด้วยธุรกิจอันหลากหลายรูปแบบในหลายประเทศ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงในด้านใดด้านหนึ่ง

ในขณะที่ทรัพย์สินของคุณสมพร ลดลงไปประมาณ 6% ซึ่งน่าจะเกิดจากการชะลอตัวของตลาดยานยนต์ทั่วโลก ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้รับผลกระทบตามไปด้วย

และทั้งหมดนี้ก็คือการสรุปภาพรวมที่น่าสนใจ จากข้อมูลอันดับเศรษฐีไทยในปีล่าสุด

สำหรับใครที่มีอะไรอยากแบ่งปัน เพิ่มเติม หรือคอมเมนต์แลกเปลี่ยนก็ร่วมคุยกันได้เช่นเคยนะครับ..

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...