บางคนกล่าวเอาไว้ว่า กำไรของธุรกิจ กับการทำเพื่อสังคม มักจะไปด้วยกันไม่ได้…

แต่ธุรกิจที่เกิดจากความรักในการอ่าน อยากจะส่งต่อความรู้ให้กับคนอื่นๆ สามารถผลักดันให้ Big Bad Wolf กลายเป็นหนึ่งในงานหนังสือน่าสนใจที่สุดในโลก

แถมยังสร้างรายให้กับผู้จัดงานไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เปิดประวัติงานหนังสือ Big Bad Wolf

– งานหนังสือต่างประเทศ Big Bad Wolf เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศมาเลเซียในปี 2009

– คุณ Andrew Yap ซึ่งรักในการอ่าน อยากจะส่งต่อนิสัยรักการอ่าน และโอกาสในการได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษไปให้คนอื่นๆ ด้วย

– ปัญหาที่มาเลเซียต้องเผชิญก็คล้ายๆ กับเมืองไทย คือหนังสือต่างประเทศมีราคาแพง และบางเล่มก็ไม่มีขาย

– อาจจะดูเหมือนนิทานผจญภัย แต่คุณ Andrew เดินทางไปทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย เพื่อดีลกับคลังหนังสือต่างๆ

– โดยเฉพาะคลังหนังสือหนึ่งในอังกฤษ ที่มีหนังสือกองไว้เฉยๆ กว่า 30-40 ล้านเล่ม เขาก็ไปดีลซื้อขาดหนังสือในราคาถูก เพื่อเอามาขายต่ออีกที

– การซื้อในปริมาณมาก และครอบคลุมแทบจะทุกหมวดหมู่เพื่อเอาใจนักอ่านทุกแขนง ทำให้ได้ราคาที่สามารถเอามาขายต่อได้กำไร แม้จะลดหนักมาก

– นั่นทำให้คอนเซปท์ของงาน Big Bad Wolf คืองานหนังสือต่างประเทศราคาถูก ลดกันหนักถึง 60-80% เลยทีเดียว

– งานเริ่มมีชื่อเสียงตั้งแต่จัดปีแรก แล้วก็ได้จัดเรื่อยมาต่อเนื่อง จนมีคนเข้าร่วมงานกว่า 500,000 คน

 

Big Bad Wolf กับการจัดงานในเมืองไทย

– การจัดงานในมาเลเซียเริ่มจากความรักหนังสือ และการข้ามชาติมาจัดในไทย ก็เริ่มจากความรักในการอ่านอีกเช่นกัน

– คุณสุรเชษฐ วรวงศ์วสุ (คุณก้อง) เป็นลูกค้าของงาน Big Bad Wolf ที่จัดในมาเลเซีย

– เขาไปร่วมงานในมาเลเซีย เห็นคนมีใบหน้ายิ้มแย้ม สนุกกับการได้เลือกซื้อหนังสือต่างประเทศในราคาไม่แพง จึงเกิดไอเดียอยากจะให้เกิดงานแบบนี้ขึ้นที่ไทยบ้าง

– คุณก้องกลับมาก่อตั้งบริษัท Ready 2 Read แถมยังชวนคุณ Andrew Yap มาเป็นหุ้นส่วนของบริษัทด้วย

– นั่นจึงทำให้งาน Big Bad Wolf ในไทยถือกำเนิด และจัดขึ้นในปี 2016

 

ในส่วนของรายได้ก็ไม่ธรรมดา ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์พบว่า บริษัท เรดดี้ทูรี๊ด จำกัด

มีรายได้ในปี 2016 ประมาณ 182 ล้านบาท กำไร 27 ล้านบาท

มีรายได้ในปี 2017 ประมาณ 198 ล้านบาท กำไร 18 ล้านบาท

รายได้ปีล่าสุดเติบโตจากปีก่อน 8% และคาดว่าปีนี้ก็จะทำยอดขายได้มากกว่าเดิม

 

อะไรทำให้ Big Bad Wolf สำเร็จและน่าสนใจ!?

– เหมือนกับหลายธุรกิจที่อาสา “แก้ปัญหา” ให้กับผู้ใช้งาน Big Bad Wolf เป็นตัวเชื่อมระหว่างนักอ่าน และหนังสือต่างประเทศที่พวกเขาต้องการ เพราะมีหนังสือกว่า 2 ล้านเล่ม

– ราคาหนังสือลด 60-80% แถมยังไม่ใช่หนังสือมือสองสภาพแย่ แต่เป็นหนังสือสภาพมือหนึ่งแทบทั้งหมด

– เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นครอบครัว นี่คืองานที่พ่อแม่พาลูกมาได้ มาเลือกหนังสือภาษาอังกฤษกลับไปอ่านด้วยกัน

– โปรโมตผ่านช่องทางโซเชียล เพราะคนยุคใหม่จะรับข่าวสารทางนี้ได้เร็ว แถมชอบความแปลกใหม่ พอเขารู้ว่ามีงานหนังสือรูปแบบใหม่มาจัด พวกเขาก็จะสนใจและบอกต่อกัน

 

แม้จะเป็นงานเฉพาะกลุ่มของ “หนังสือภาษาอังกฤษ” ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศอาจจะยังเข้าไม่ถึง

แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของผู้จัดงาน ซึ่งต้องการส่งต่อทั้งความรู้ ทั้งนิสัยรักการอ่าน ในราคาที่คนประเทศนี้เอื้อมถึงอีกด้วย

 

ธุรกิจในเชิงพัฒนาสังคม และตัวเลขผลกำไร บางทีมันก็ไปด้วยกันได้ อย่างที่คุณก้องทำให้เราเห็นในวันนี้นะครับ….

 

 

ที่มา:

www.prachachat.net/general/news-193593

marketeeronline.co/archives/69216

www.gmlive.com/

thematter.co/rave/big-bad-wolf-big-book-sale-interview/7426

mycebu.ph/article/big-bad-wolf-cebu-litfest/

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...