ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ราคาของบิตคอยน์นั้นมีการปรับขึ้นสูงมาก แต่ก็ปรับลดลงอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน

ภายในสองวัน บิตคอยน์เพิ่มขึ้นจาก 900,000 บาท ไปเป็น 1,200,000 บาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 30%

แต่ผ่านไปไม่นาน บิตคอยน์ก็ราคาตกจาก 1,200,000 บาท มาเหลือ 1,000,000 บาท หรือตกลงเกือบ 20% ในวันเดียว!!

การเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างหนักนี้ เป็นอีกสาเหตุที่จะส่งผลต่อการใช้งาน และการยอมรับในระดับที่คนทั่วโลกใช้งานมันจริงๆ

ความผันผวนที่ว่านั้นคืออะไร? เราขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ในบทความนี้ครับ…

 

กราฟราคาบิตคอยน์ ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

 

(ก่อนอื่น.. ต้องขอบอกว่าบทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อแนะนำให้มาซื้อบิตคอยน์ หรือไม่ได้ให้ผู้อ่านมองบิตคอยน์ในแง่ลบแต่อย่างใด

แต่เราจะมาพูดถึงปัจจัยสำคัญอย่าง “ความผันผวนของบิตคอยน์” นั่นเอง)

 

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าตอนนี้บิตคอยน์ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน (แต่ยังคงมีความนิยมใช้เงินบาทอยู่)

เราออกไปซื้อข้าวร้านหน้าปากซอย สมมติว่าราคา 1 uBTC

แต่วันถัดมา Bitcoin ราคาผันผวนไปอีก 30% ตอนนี้ป้าร้านข้าวจึงต้องตั้งราคาใหม่เป็น 0.7 uBTC

วันถัดมา ราคาผันผวนกลับมาอีก 20% มาคราวนี้ป้าก็ต้องตั้งราคาใหม่ 0.84 uBTC

 

ในขณะที่ป้าเจ้าของร้านข้าวเอง ก็ต้องมาคอยอัปเดตราคาขายข้าวตามอัตราแลกเปลี่ยน ที่อาจจะไม่ใช่แค่รายวัน แต่เป็นรายชั่วโมง

หรือหากป้าจะตั้งราคาขายอาหารคงที่ไว้ ก็ต้องรับมือกับความผันผวนของราคาขายอาหาร ต่อราคาวัตถุดิบให้ได้ เพราะหากจัดการไม่ดีก็เท่ากับว่าจะส่งผลให้ร้านขาดทุนเอาได้ง่ายๆ

การยกตัวอย่างร้านข้าว อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนนัก แต่หากเป็นธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น ย่อมนำมาซึ่งความยุ่งเหยิงในการจัดการต้นทุน และรายรับรายจ่ายเป็นอย่างมาก

ซึ่งหลายคนอาจจะรับได้ในความผันผวนดังกล่าว แต่สำหรับหลายคน มองว่ามันเป็นการขึ้นลงของราคาสินทรัพย์ที่เร็วจนเกินไป

 

ทีนี้เราลองยกตัวอย่าง เทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น…

เงินบาทปัจจุบันที่ประมาณ 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

แน่นอนว่าถึงจะไม่ใช่ 30 เป๊ะๆ แม้มีการเปลี่ยนแปลงแข็งค่าขึ้น หรืออ่อนตัวลง ก็จะเป็นไปในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงมีหน่วยงานคอยกำกับดูแลไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน

ลองคิดว่าจู่ๆ พรุ่งนี้เงินบาทอ่อนค่าลง 40% กลายเป็นต้องใช้เงิน 42 บาท เพื่อแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ นั่นจะกลายเป็นหายนะไปในทันที

อย่างที่หลายคนจำกันได้ ก็ตอนที่มีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ซึ่งส่งผลกระทบและกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของไทย

ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ความเสถียรของค่าเงินนั้น เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินสกุลนั้นๆ ได้รับการยอมรับและใช้งานมากในระดับสากล

 

แล้วในวันนี้ที่บิตคอยน์มีการผันผวนในระดับ 20-30% ต่อวัน แต่ยังไม่ถึงขั้นทำให้เกิดวิกฤติอะไรขึ้นมา แสดงว่าบิตคอยน์ยังไม่มีความสำคัญในระดับโลกงั้นหรือ?

คำตอบก็คือ.. ใช่

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการใช้งานที่ยังไม่แพร่หลายถึงขั้นที่คนทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวัน เลยไม่ส่งผลกระทบถึงระดับนั้น

อีกส่วนหนึ่งก็เพราะมูลค่าตลาดของเงินคริปโต ยังไม่สูงถึงขั้นที่จะฉุดให้เกิดหายนะต่อระบบเศรษฐกิจแห่งใดแห่งหนึ่งตามมา

 

ถึงจุดนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าบิตคอยน์ มีมูลค่าสูงแค่ไหน?

ถ้านับเฉพาะมูลค่าของเหรียญบิตคอยน์ ปัจจุบันจะมีมูลค่าตลาดประมาณ 20 ล้านล้านบาท

ในขณะที่ถ้ารวมเหรียญคริปโตอื่นๆ ด้วย จะมีมูลค่าตลาดรวมกันอยู่ที่เกือบ 30 ล้านล้านบาท

แม้จะฟังดูเป็นตัวเลขที่สูงมาก เพราะมูลค่านั้นสูงกว่า GDP ของประเทศไทยเราซึ่งอยู่แค่ 15 ล้านล้านบาทถึง 2 เท่า!!

แต่ลองเทียบมูลค่าของบิตคอยน์กับธุรกิจและตลาดหุ้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น..

Apple บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก มูลค่าประมาณ 65 ล้านล้านบาท

Amazon ธุรกิจอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของโลก ที่มีมูลค่า 46 ล้านล้านบาท

หรือมูลค่าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีสูงถึง 1,500 ล้านล้านบาท สูงกว่ามูลค่าตลาดคริปโตราว 50 เท่า!!

 

บิตคอยน์ กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงอันดับ 11 ของโลก

 

และต้องไม่ลืมว่า ทั้งเศรษฐกิจไทย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือบริษัทอย่าง Apple ก็ตาม เรารู้ว่ามีใครเป็นผู้ “กำกับดูแล” คอยควบคุมอยู่

แต่สำหรับตัวบิตคอยน์และเงินคริปโตอีกหลายสกุล เราไม่มีหน่วยงานมาควบคุมโดยเฉพาะ หรือกระทั่งไม่รู้ว่าใครคือผู้เล่นรายใหญ่ ที่อาจจะชี้นำราคาในตลาดให้เป็นไปตามใจที่พวกเขาต้องการ

และนั่นก็นำมาซึ่งความผันผวนของราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

ปิดท้าย..

อย่างไรก็ตาม จุดเด่นอย่างหนึ่งของบิตคอยน์ก็คือ การเป็นสกุลเงินที่ไม่มีหน่วยงานใดมาควบคุม

และการจะมีหน่วยงานใดถูกจัดตั้งมาควบคุมเป็นพิเศษ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ แถมจะทำให้จุดแข็งของบิตคอยน์นั้นหายไปเสียอีก

และเมื่อสินทรัพย์ดังกล่าวเสียจุดแข็งของตัวเองไป ก็ย่อมทำให้เกิดการเสื่อมความนิยม จนไม่มีใครอยากถือเอาไว้ ส่งผลให้ราคาร่วงลงอย่างหนักตามมาเป็นลูกโซ่

แต่ตราบใดที่บิตคอยน์ยังมีความผันผวนสูงในระดับมากกว่า 20-30% ต่อวัน การจะได้รับการยอมรับในระดับที่ใช้เป็นเงินหลักของใครหลายๆ คน นั้นก็ย่อมเกิดขึ้นได้ยาก

แต่การจะควบคุมให้สินทรัพย์ดังกล่าวมีความผันผวนน้อยลง ก็เกิดขึ้นได้ยากมากอีกเช่นกัน..

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...