คุณคิดว่าธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19!?

บ้างก็ว่าธุรกิจบางอย่างจะหายไป.. บ้างก็ว่าธุรกิจบางอย่างจะเติบโตเป็นดาวรุ่งขึ้นมาแทน

ในขณะที่ธุรกิจอย่าง “ชานมไข่มุก” แม้บางร้านในห้างจะต้องปิดตัวลงชั่วคราว แต่ตลาดโดยรวมยังคงถูกประเมินว่าจะโตได้อีกมาก

โตชนิดที่ว่าในอีก 8 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดชานมไข่มุกจะสูงขึ้นจากวันนี้ถึง 2 เท่า!!

 

ทำไม “ชานมไข่มุก” ถึงไม่ได้รับผลกระทบ!?

ประการแรก ต้นกำเนิดและประเทศที่คนนิยมชาไข่มุกมากที่สุดอย่างไต้หวัน ควบคุมโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

ในประเทศอื่นๆ ชาไข่มุกได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายเป็นของกินอินเทรนด์ที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว

จุดได้เปรียบในวิกฤติโควิดของมันก็คือ เป็น “ของกิน” ที่คนส่วนใหญ่ไม่นั่งกินที่ร้านอยู่แล้ว

ดังนั้นแม้ว่าธุรกิจอาหารอื่นๆ จะได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 จนต้องปิดตัวไป แต่ชาไข่มุกกลับยังสามารถขายได้ เพราะแม้แต่ร้านคูหาเล็กๆ ก็ยังเปิดได้ตามปกติ

แถมจากระบบสั่งอาหารออนไลน์ ที่กำลังโตขึ้น ยิ่งมาสนับสนุนให้ชานมไข่มุกขายดีขึ้นไปอีก

ข้อมูลจาก “แกร็บ” แอปสั่งอาหารชื่อดังระบุว่า เฉพาะปี 2018 อัตราการบริโภคชานมไข่มุกของคนอาเซียน เพิ่มขึ้นกว่า 3,000%

 

คุณลองทายกันเล่นๆ สิว่า ประเทศไหนในอาเซียน สั่งชาไข่มุกเยอะสุด…!?

ลูกค้าแกร็บฟู๊ดชาวสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีการสั่งชาไข่มุกโดยเฉลี่ยถึงคนละ 3 แก้วต่อเดือน

ในขณะที่ลูกค้าแกร็บฟู๊ด ฟิลิปปินส์สั่งชาไข่มุกเฉลี่ยคนละ 5 แก้วต่อเดือน

และแชมป์ก็คือ… “ชาวไทย” ของเรานั้นเอง ด้วยปริมาณการสั่งชาไข่มุกสูงถึงเฉลี่ยคนละ 6 แก้วต่อเดือน

ปริมาณการสั่งชาไข่มุกที่สูงลิบลิ่วนี่เอง ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมการกักตัวและโรคโควิด-19 แทบไม่ได้กระทบต่อภาพรวมการเติบโตของธุรกิจนี้เลย

 

ภาพ: theaseanpost

 

ธุรกิจที่กำลังโตอย่างก้าวกระโดด

“ชาไข่มุก” กำลังเป็นธุรกิจที่มาแรง โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย

เทียบจากในปี 2016 ตลาดชาไข่มุก มีมูลค่าที่ราวๆ 62,000 ล้านบาท 

ในปี 2019 ตลาดชาไข่มุก มีมูลค่าที่ราวๆ 76,900 ล้านบาท โตขึ้นประมาณ 24% ภายในเวลา 3 ปี

 

แถมยังมีการประเมินไว้ว่า หลังจากนี้ตลาดชานมไข่มุก ก็จะโตขึ้นไปอีกปีละ 7-8%

นั่นทำให้ในปี 2028 อุตสาหกรรมนี้จะมีมูลค่ามากขึ้นอีกถึงเท่าตัว หรือราว 150,000 ล้านบาท

ซึ่งน่าสนใจว่า การประเมินตรงนี้ได้รวมผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 เข้าไปเรียบร้อยแล้ว!!

จะเรียกว่ามันเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และน่าจับตามองในอนาคต ก็คงไม่ผิดนัก

 

ย้อนกลับมาดูรายได้ ร้านชานมไข่มุกไทย

แน่นอนว่าเมื่อธุรกิจชาไข่มุกทั่วโลกเติบโตขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจชาไข่มุกในไทยเองก็ย่อมที่จะเติบโตขึ้นด้วย

เราจะไปชมตัวอย่างรายได้ของ 2 บริษัทชาไข่มุก ที่มีชื่อเสียงในไทย ได้แก่…

 

บริษัท มิกุชา (เคพี) จำกัด เจ้าของแบรนด์ Mikucha ตัวแทนชานมไข่มุกราคาถูก

ในปี 2016 ทำรายได้ประมาณ 82 ล้านบาท มีกำไรประมาณ 1.89 ล้านบาท

ในปี 2017 ทำรายได้ประมาณ 94.6 ล้านบาท มีกำไรประมาณ 1.76 ล้านบาท

ในปี 2018 ทำรายได้ประมาณ 131 ล้านบาท มีกำไรประมาณ 3.89 ล้านบาท

 

บริษัท โคอิ เตะ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ KOI Thé ชานมไข่มุกพรีเมียม

ในปี 2016 ทำรายได้ประมาณ 3.5 ล้านบาท ขาดทุนประมาณ 2.3 ล้านบาท (เนื่องจากเพิ่งเปิด)

ในปี 2017 ทำรายได้ประมาณ 62 ล้านบาท มีกำไรประมาณ 8 ล้านบาท

ในปี 2018 ทำรายได้ประมาณ 303 ล้านบาท มีกำไรประมาณ 81 ล้านบาท

 

จะสังเกตได้ว่าสำหรับในประเทศไทยแล้วรายได้หลักของหลายบริษัทจะพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงปี 2017-2018 ซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาที่ชาไข่มุกเริ่มกลายเป็นกระแสโด่งดังในประเทศไทยแบบพอดิบพอดี

กระแสที่ชัดเจนนี้ คงคลายข้อสงสัยที่ว่า.. ทำไมในช่วงสองปีมานี้ เราถึงเห็นร้านชานมไข่มุก ผุดขึ้นมาทั่วประเทศ

 

การเติบโตของธุรกิจเดลิเวอรี่ ก็ยิ่งทำให้อาหารและเครื่องดื่มขายได้มากขึ้น

 

บทเรียนจากชานมไข่มุก คือการปรับตัวได้กับทุกที่…

ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ ถือว่าค่อนข้างถูก มีให้เลือกตั้งแต่ 30 บาท ไปจนถึงหลักร้อย

หรือการสร้างเทรนด์ให้วัยรุ่นสนใจ เพราะคนที่ชอบชานมไข่มุก ส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่

แต่หากจะให้พูดถึง “จุดแข็งสำคัญที่สำคัญที่สุด” ของชาไข่มุก นั่นก็คือ “การปรับตัว” ให้เข้ากับทุกประเทศ

คุณอาจจะไม่รู้ว่ายอดขายชานมไข่มุกทั่วโลก 40% นั้นเป็นชาดำ (ทั้งผสมและไม่ผสมนม)

แต่จริงๆ แล้วชาไข่มุกยังสามารถเป็นได้ทั้งชาเขียว ชาขาว ชาอู่หลง ชาผลไม้

หรือแม้แต่เครื่องดื่มที่ไม่ใช่ชาไปเลย อย่างกาแฟเย็น หรือช็อกโกแลต ก็ได้ด้วย

ความหลากหลายในจุดนี้เอง ทำให้ชาไข่มุกสามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ ที่มันเข้าไปขายได้ค่อนข้างง่าย

(ลองนึกถึงภาพชาเย็นแบบไทยๆ ก็ใส่ไข่มุกขายดิบขายดีเช่นกัน)

 

ชานมไข่มุก ไม่ว่าจะไปประเทศไหน มันก็ถูกใจคนท้องถิ่นได้ตลอด เป็นตัวอย่างของสินค้าที่ “ปรับตัว” ให้เข้ากับทุกที่

มันสามารถตอบสนองได้กับทุก “ความต้องการ” ของผู้บริโภค ผู้บริโภคก็เลยชอบมันโดยไม่รู้ตัว

และมันอาจจะให้บทเรียนสำคัญแก่ธุรกิจของเราทุกคน ว่าจงเรียนรู้ที่จะปรับตัว ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับทุกความต้องการของผู้บริโภค

จงทำตัวให้หอมหวานเหมือน “ชานมไข่มุก” นั่นเอง…

 

คุณคิดว่าธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19!?บ้างก็ว่าธุรกิจบางอย่างจะหายไป…..

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

edition.cnn.com/travel/article/taiwan-bubble-tea-origins/index.html

www.bccourier.com/global-bubble-tea-market-2020-various-manufacturing-industries-kung-fu-tea-gong-cha-boba-guys-chatime-sharetea/

www.prnewswire.com/news-releases/bubble-tea-market-will-rise-at-a-cagr-of-8-09-rising-demand-for-beverages-will-enable-growth-says-fortune-business-insights-300940543.html

www.digitaljournal.com/pr/3446755

www.alliedmarketresearch.com/press-release/bubble-tea-market.html

theaseanpost.com/article/southeast-asias-bubble-tea-craze

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...