หลายคนที่ติดตามข่าวธุรกิจ คงได้ทราบถึงวิกฤติการขาดทุนของโรงแรมดังในเชียงใหม่ “ดาราเทวี” ต่อเนื่องนานมานับปี

จนกระทั่งล่าสุด มีรายงานว่าทางดาราเทวีไม่สามารถยื้อต่อไปไหว ยืนยันว่าปิดกิจการถาวร และส่งจดหมายเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

 

 

แน่นอนว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ถูกยกขึ้นมาเป็นเหตุผลแรก เพราะการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่กลายเป็นศูนย์ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อลูกค้าหายไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องของธุรกิจ และยิ่งเป็นโรงแรมที่กำลังอยู่ในช่วงขอยื่นฟื้นฟูกิจการ ปัญหาก็เลยยิ่งซ้ำหนักไปใหญ่

อีกด้านหนึ่ง ทางโรงแรมก็มีปัญหากับทางพนักงาน หลังจากที่ประกาศปิดกิจการชั่วคราวในวิกฤติโควิด-19 แต่ผ่านไปเนิ่นนาน ก็ไม่ได้กลับมาเปิดกิจการ

ทำให้พนักงานหลายฝ่ายรวมตัวกัน ยื่นเรื่องต่อแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ ว่าทางโรงแรมค้างจ่ายเงินเดือนมานานหลายเดือนอีกด้วย

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลก็มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ขอยื่นฟื้นฟูกิจการ ซึ่งนั่นจะทำให้โรงแรมดาราเทวี ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

หลังจากนั้น จะเป็นหน้าที่ของกรมบังคับคดี จะนำโรงแรมขายทอดตลาด เพื่อจัดการในส่วนของหนี้สินของทางโรงแรมต่อไป ที่ส่วนหนี้สินนั้น ก็มีไม่น้อยกว่า 2,400 ล้านบาท

 

หากเราย้อนกลับไปดูผลประกอบการของ บริษัท โรงแรมดาราเทวี จำกัด ในช่วงที่ยังมีกำไร พบว่า..

ปี 2558 ทำรายได้รวม 1,674 ล้านบาท มีกำไร 944 ล้านบาท

ปี 2559 ทำรายได้รวม 2,366 ล้านบาท มีกำไร 1,755 ล้านบาท

เพียงแค่ 2 ปี กำไรรวมกันประมาณ 2,700 ล้านบาท แต่นั่นก็คือปีสุดท้าย ที่มีข้อมูลผลประกอบการเผยแพร่ในเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เพราะตลอด 3 ปีหลัง ไม่มีข้อมูลของการขาดทุนของบริษัทเผยแพร่ออกมา ว่าเป็นเท่าไรกันแน่

 

 

สอดคล้องกับนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ ที่ออกมายืนยันอีกเสียงหนึ่งว่า โรงแรมมีปัญหาขาดทุนอย่างหนักตลอด 3 ปีที่ผ่านมาจริง

 

“ขณะนี้ธุรกิจโรงแรมในเชียงใหม่ ยังไม่พบสัญญาณการปิดกิจการเพิ่มเติม แต่ในส่วนของโรงแรมขนาดเล็กก็มีปิดไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา”

“การปิดตัวของดาราเทวีถือเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าในเชียงใหม่ รายแรกที่ประกาศปิดกิจการ” คุณละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

 

แม้ “ดาราเทวี” จะเป็นรายใหญ่เจ้าแรกที่ปิดกิจการ แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า นี่จะเป็นรายสุดท้ายที่ปิดตัวลงด้วยหรือไม่?

หรืออีกทางหนึ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือ นี่อาจเป็นเพียงรายแรกๆ ของวิกฤติร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้มากกว่านี้ในอนาคต…

 

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...