คุณรู้จักขนมเหล่านี้ไหมครับ…

เยลลีปีโป้ เวเฟอร์ปักกิ่ง ยูโร่คัสตาร์ดเค้ก ขนมเค้กเอลเซ่ หรือ ไมล์ดี้ มาร์ชเมลโล่

เพราะผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนต้องเคยลิ้มลองมันมาแล้วแน่ๆ!!

ขนมที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นสินค้าของบริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด ที่ทำขนมขายให้คนไทยบริโภคมานานกว่า 30 ปี

จนกลายมาเป็นธุรกิจซึ่งสร้างยอดขายปีละเป็นพันล้าน รวยไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับ!?

 

เปิดประวัติ ยูโรเปี้ยนฟู้ด อาณาจักรแห่งขนม!!

– คุณสมชาย เวชากร ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักศึกษาปี 4 มองเห็นลู่ทางของธุรกิจขนม

– ยุคนั้นตลาดยังเปิดกว้างมาก ขนมส่วนใหญ่ที่ขายก็เป็นเจ้าเล็กๆ ในชุมชน หรือเป็นธุรกิจครอบครัว แต่ไม่ค่อยมีธุรกิจระดับประเทศ

– ปี พ.ศ.2527 บริษัทยูโรเปี้ยนฟู้ด จึงถือกำเนิดขึ้น

 

– ขนมตัวแรกที่ทำมาและฮิตก็คือ “ปักกิ่ง” ของกินง่ายๆ อย่างเวเฟอร์อบกรอบ เคลือบครีมรสชาติต่างๆ

– ปักกิ่งดังได้ด้วยการโฆษณาผ่านเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายๆ เจ้าทำกันในยุคนั้น แต่เพลงของปักกิ่งนั้นติดหูคนได้จริงๆ

– ตั้งแต่เพลง “ปักกิ่งเวเฟอร์อบกรอบชอบจริงๆ” ไปจนถึงเพลง “ปัก อ๊ะ ปัก อ๊ะ ปักกิ่ง หวานๆ มันๆ อารมณ์เดียวกัน กินได้ทั้งวันหวานมันเหลือเฟือ”

 

– โปรดักส์ถัดมาที่ดังก็คือ เยลลีปีโป้

– ปีโป้เกิดขึ้นเพราะความยากลำบากของการกินเยลลีในสมัยนั้น กว่าจะซื้อผงวุ้น มาต้มน้ำ ผสม ทิ้งให้เย็น และขั้นตอนต่างๆ

– พอมีปีโป้เข้ามา ตัดปัญหาตอนนั้นไปเลย แค่แกะก็ได้กินเยลลีทันที (แม้จะแกะยากไปหน่อย.. เอ่อ จริงๆ ก็ไม่หน่อยนะ)

– ปีโป้ดังขนาดไหน ดังถึงขั้นที่ว่าขนมเยลลีรูปถ้วย ถูกเรียกเหมารวมว่าปีโป้ไปซะหมดนั่นเอง

 

– ถัดมา ขนมขึ้นชื่ออีกตัว “ยูโร่คัสตาร์ดเค้ก”

– ช่วงสมัยปี พ.ศ.2534 ยุคนั้นเศรษฐกิจไทยดี คนมีรถขับกันเยอะ เป็นปัญหาตามมาก็คือ “รถติดทั่วเมือง”

– บริษัทยูโรเปี้ยนฟู้ดมองเห็นโอกาสอีกแล้ว พวกเขามองว่าอะไรจะเป็น “ของว่าง” ให้คนกินระหว่างรถติดได้

– ตอนแรกจะทำสินค้าพวกบะหมี่ แต่ตลาดบะหมี่ดันมีเจ้าใหญ่ แถมการแข่งขันเริ่มสูง

– งั้นทำขนมเค้กชิ้นเล็กๆ เลยแล้วกัน ให้คนพอกินรองท้อง จึงเป็นที่มาของขนมยูโร่คัสตาร์ดเค้ก

– เมื่อตั้งเป้าอย่างชัดเจนว่าจะขายให้คนกินรองท้องตอนรถติด งั้นก็โฆษณาผ่านวิทยุซะเลย

– เพลงโฆษณาของยูโร่คัสตาร์ดเค้ก จึงถูกปล่อยออกมา กล่อมหูคนขับรถที่กำลังเซ็งๆ กับรถติด ให้พวกเขาได้รู้จักขนมชนิดนี้ และเลือกหยิบมาลองกิน

– ขนมชิ้นเล็กๆ นี้ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งคนซื้อไปติดบ้าน เป็นของกินเล่น เป็นของฝาก เป็นของแจกเด็กๆ หรือกระทั่งเป็นของถวายพระ

– ต่อมาพอเข้ายุคใหม่ก็มีหลายรสชาติ จะเรียกยูโร่คัสตาร์ดเค้ก ยูโร่สตรอเบอร์รี่เค้ก ก็ลำบาก จึงรีแบรนด์เป็นยูโร่เค้กในที่สุด

 

นี่คือตัวอย่างของ 3 แบรนด์ทำเงินของยูโรเปี้ยนฟู้ดเท่านั้น…

เพราะที่จริงปัจจุบันนี้มีสินค้าของบริษัทวางขายถึง 24 แบรนด์ และมีแผนพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

ยูโรเปี้ยนฟู้ด ขายให้คนไทยได้ทั่วประเทศ จะรวยแค่ไหน…!?

ลองศึกษารายได้ของบริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด (จำกัด) มหาชน

พบว่าช่วง 4 ปีหลังตั้งแต่ 2557-2560 รายได้มากกว่า 3,500 ล้านบาททุกปี

แถมกำไรอยู่ที่ประมาณปีละ 500-600 ล้านบาท!!

รวยไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ..

 

เราได้เห็นอะไรจากเส้นทางความสำเร็จตลอด 34 ปีของยูโรเปี้ยนฟู้ด

เราเห็นนักศึกษาปี 4 ที่มีแนวคิดริเริ่มทำธุรกิจ

เราเห็นถึงการนำเสนอสิ่งใหม่เข้าสู่ตลาด ในยุคที่สินค้านั้นการแข่งขันไม่สูง

เราเห็นการพัฒนา ต่อยอด ไม่ยึดติดกับความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ตัวเดียว

และเราได้เห็นธุรกิจที่อยู่คู่คนไทยมาตลอด กำลังออกไปตีตลาดต่างประเทศ เพื่อโกยรายได้กลับเข้ามา

 

จริงอยู่ว่ายุคนี้การผลิตขนมเวเฟอร์ขายมันจะยาก เพราะนี่คือปี 2561 ไม่ใช่ปี 2527 แล้ว

แต่โอกาสของธุรกิจใหม่ๆ ยังมีได้เสมอ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ที่สร้างเศรษฐีใหม่ผุดขึ้นอย่างมากมาย

ทุกอย่างคงขึ้นอยู่ที่ตัวคุณเอง จะมองหาช่องทางนั้นเจอหรือไม่…

ถ้าตอนนี้คุณหาเจอ ก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยนะครับ!!

 

 

ที่มา:

http://www.eurofood.co.th/about

www.youtube.com/watch?v=a4-X9CUrsTo

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...