เทียบมูลค่าบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า แต่ละค่ายใหญ่แค่ไหนแล้ว!?

 

 

ข้อมูลน่าสนใจ:

– เริ่มจาก Geely ค่ายรถจากจีน ซึ่งถึงแม้จะมีจุดเริ่มต้นจากรถเครื่องยนต์สันดาป (และครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นค่ายเลียนแบบรถญี่ปุ่น)

แต่ปัจจุบัน ทางค่ายได้เดินหน้ามาทางรถยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อ Volvo แล้วทำแบรนด์ลูก Polestar ให้เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า

การทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก สำหรับใช้งานในเมือง รวมไปถึงการเดินหน้าโปรเจกต์รถแท็กซี่พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย

 

– Xpeng คืออีกค่ายรถไฟฟ้าจีนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรถอย่าง Xpeng P7 ที่ได้รับเสียงตอบรับดีมากๆ หลังไปทำตลาดในยุโรป

ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม สมรรถนะแรง วิ่งได้ไกลถึง 586 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท จึงเป็นอีกค่ายหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง

 

– BYD คือค่ายรถที่ไม่ได้เริ่มจากการรถยนต์ แต่เริ่มจากเป็นบริษัททำแบตเตอรี่ เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเริ่มแพร่หลาย พวกเขาก็กระโดดมาที่อุตสาหกรรมนี้เลย

ค่ายจากจีนรายนี้ เติบโตในแวดวงยานยนต์จีนได้อย่างน่าสนใจ จน Warren Buffett นักลงทุนชื่อดัง เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทไว้มากกว่า 10%

ในช่วงหลังพวกเขาเริ่มออกจากจีน รุกตลาดโลกมากยิ่งขึ้น ด้วยจุดเด่นคือเป็นรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต่างจากการซื้อรถยนต์น้ำมันมาใช้งานแต่อย่างใด

 

– Nio นี่คือค่ายรถไฟฟ้าที่จะว่าไปก็คล้ายกับ Tesla มากๆ เพราะมาจากการก่อตั้งของคนรุ่นใหม่ พุ่งเป้าไปที่รถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง ใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามา และที่สำคัญคือ.. ขาดทุนยับเหมือนกัน (ดีรึเปล่านะ!?)

แม้บริษัทจะยังไม่มีกำไร แต่ความคาดหวังของนักลงทุนก็ประเมินค่าค่ายรถนี้ไว้สูงมาก น่าสนใจว่าทางค่ายจีนรายนี้ จะประสบความสำเร็จได้มากเพียงใดในอนาคต!?

 

– Tesla มาถึงค่ายสุดท้าย ที่เรารู้จักกันอย่างดี และตอนนี้บริษัทไม่ใช่แค่เป็นค่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมูลค่าสูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นค่ายรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกถึง 16 ล้านล้านบาท

มากกว่าทั้ง Toyota, Volkswagen หรือ General Motors ค่ายยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ยุโรป และอเมริกันรวมกันเสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่สูงนั้น ย่อมหมายถึงการแบกรับความคาดหวังเอาไว้อย่างหนัก ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่าค่าย Tesla จะสร้างผลตอบแทนเป็นกำไรให้กับนักลงทุนได้ตามมูลค่าที่ให้ไว้หรือไม่….

คุณคิดว่าอย่างไรบ้างครับ!?

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...