กว่าจะมาเป็นโกลบอลเฮาส์

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.2523 หลังจากหนุ่มร้อยเอ็ด วิทูร สุริยวนากุล จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมโยธา ม.ขอนแก่น

เขาตัดสินใจออกมาเปิดกิจการรับเหมาก่อสร้างของตัวเอง แต่เปิดไปได้ไม่กี่ปี ก็เริ่มมาถึงทางตัน

ถ้าทำรับเหมาก่อสร้างต่อแล้วไม่รุ่ง จะทำอะไรดี!?

คุณวิทูรจึงย้อนกลับมามองความต้องการในร้อยเอ็ด พบว่าร้านขายสุขภัณฑ์ยังมีน้อยอยู่ จึงตัดสินใจเปิด “ร้อยเอ็ดฟาร์ม” ขึ้นมาในปี พ.ศ.2531

พอทำไปได้สักพัก ธุรกิจเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว เขาก็ต้องมองหาแนวทางการทำธุรกิจใหม่ๆ ต่อไปอีก

แล้วก็พบว่า ร้านขายวัสดุก่อสร้างในร้อยเอ็ดยุคนั้น ค่อนข้างจะแยกประเภทกัน ลูกค้าอยากจะได้อะไร ก็ต้องตระเวนไปซื้อหลายๆ ร้าน

ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ศึกษาเรื่องราวของ Home Depot ห้างขายวัสดุก่อสร้างชื่อดังในสหรัฐฯ ที่เติบโตขึ้นมาในช่วงนั้นพอดี

คุณวิทูร ก็เลยตัดสินใจว่าทำร้านขายวัสดุก่อสร้างแบบครบครันขึ้นมา

เขาจดทะเบียนบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538

จากนั้นในปี พ.ศ. 2540 ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้ง หลังลอยตัวค่าเงินบาทไม่นานนัก ร้านโกลบอลเฮ้าส์ ก็ถูกเปิดตัวเป็นสาขาแรกในจังหวัดร้อยเอ็ด

 

 

จากภาคอีสาน สู่การขยายสาขาทั่วประเทศ

จุดเด่นของโกลบอลเฮาส์ในตอนนั้น ที่ได้เปรียบร้านอื่นๆ ในร้อยเอ็ดก็คือ..

ข้อแรก ร้านเน้นการตกแต่งที่ดูสวยกว่าร้านวัสดุทั่วไป พร้อมกับนำระบบบาร์โค้ด ระบบคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูล มาทำให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

ข้อสอง มีการแยกโซนสินค้า ติดป้ายราคาให้เห็นชัดเจน ซึ่งต่างจากร้านทั่วไป ที่ยังคงต้องใช้ระบบถามราคาจากพนักงานแบบเดิม

โกลบอลเฮาส์ ได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่ จนสามารถทำยอดขายดี มีกำไรนำไปขยายกิจการต่อ

เพียงแค่ 3 ปีหลังจากเปิดสาขาร้อยเอ็ด คุณวิทูรก็สามารถขยายไปเปิดสาขาขอนแก่นได้ในปี พ.ศ.2543

ตามมาด้วยสาขาอุดรธานี ในปี พ.ศ. 2547

และสาขาที่ 4 เป็นสาขาแรกนอกภาคอีสาน ก็คือสาขาเชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2549

 

หลังจากนั้น บริษัทก็ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณวิทูรตัดสินใจนำโกลบอลเฮาส์ เข้าตลาดหุ้นเพื่อระดมทุนไปขยายสาขาเพิ่มเติม

หุ้น GLOBAL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552

และจนถึงปัจจุบันโกลบอลเฮาส์ ก็มีมากถึง 66 สาขาในประเทศไทย และอีก 1 สาขาในประเทศกัมพูชา

ซึ่งน่าสนใจตรงที่ว่า โกลบอลเฮาส์ ไม่มีสาขาไหนที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครเลย!!

 

โกลบอลเฮาส์ และคู่แข่งทางธุรกิจ

ลองมาเทียบกับโกลบอลเฮาส์ กับคู่แข่งทางธุรกิจที่น่าสนใจ ทั้งที่อยู่ในตลาดหุ้นและนอกตลาดกันบ้างนะครับ

ถ้าจะยกตัวอย่างคู่แข่ง เราอาจจะนับรายต่างๆ ได้แก่..

โฮมโปร 99 สาขา รายได้ปีล่าสุด 67,000 ล้านบาท กำไร 6,100 ล้านบาท กำไรเฉลี่ย 61 ล้านบาท/สาขา

โกลบอลเฮาส์ 67 สาขา รายได้ปีล่าสุด 29,000 ล้านบาท กำไร 2,000 ล้านบาท กำไรเฉลี่ย 29 ล้านบาท/สาขา

ไทวัสดุ 53 สาขา รายได้ปีล่าสุด 29,000 ล้านบาท กำไร 1,200 ล้านบาท กำไรเฉลี่ย 22 ล้านบาท/สาขา

ดูโฮม 16 สาขา รายได้ปีล่าสุด 17,000 ล้านบาท กำไร 700 ล้านบาท กำไรเฉลี่ย 43 ล้านบาท/สาขา

 

ซึ่งจะพบว่าโฮมโปร ยังคงเป็นผู้นำทั้งด้านจำนวนสาขา ยอดขาย และกำไรเฉลี่ยต่อสาขา

ในขณะที่โกลบอลเฮาส์ สามารถทำยอดขายในระดับใกล้เคียงกับร้านไทวัสดุ (ซึ่งอยู่ในเครือเซ็นทรัล) แต่มีกำไรต่อสาขาที่มากกว่า

 

จึงน่าสนใจว่าหลังจากนี้ ทางโกลบอลเฮาส์จะมีกลยุทธ์อะไร เพื่อมาเพิ่มกำไรเฉลี่ยต่อสาขาขึ้นมา!?

ในอนาคต จะขยายสาขา เพื่อเพิ่มรายได้และกำไรได้อีกมากแค่ไหน!? และเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้หรือไม่!?

จากเป้าหมายเดิมก่อนเกิดโควิด-19 คือในปี พ.ศ. 2563 ตั้งใจว่าจะเพิ่มอีก 7-9 สาขาให้ได้ เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามดูกันครับ

 

บทสรุป…

ปัจจุบันโกลบอลเฮาส์ มีมูลค่ากิจการอยู่ที่ประมาณ 72,000 ล้านบาท

ขณะที่ผู้ก่อตั้งอย่างคุณวิทูร สุริยวนากุล ก็กลายมาเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 33 ของไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 26,000 ล้านบาท

และหนุ่มร้อยเอ็ดคนนี้ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน บางทีก็สามารถเริ่มจากบ้านเกิดตัวเองได้

อย่างที่ “โกลบอลเฮาส์” ขยายกิจการไปทั่วประเทศ โดยไม่มีสาขาใน “กรุงเทพฯ” แม้แต่สาขาเดียว…

 

 

Global House ธุรกิจร้านวัสดุ 70,000 ล้านบาท ที่ไม่มีสาขาอยู่ในกรุงเทพฯ แม้แต่แห่งเดียว..!!…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2020

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

www.globalhouse.co.th/service/mianinv

www.set.or.th/set/companyprofile.do?symbol=GLOBAL

forbesthailand.com/forbes-lists/thailand-richest

https://th.wikipedia.org/

https://datawarehouse.dbd.go.th/

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...