เปิดประวัติ Henry Ford จากลูกชาวนาบ้านนอก สู่ชายผู้ปฏิวัติวงการยานยนต์ของโลก!!

 

เรื่องราวของ Henry Ford เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาลืมตามาดูโลกในปี 1863

เขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชาวไร่แห่งรัฐมิชิแกน และถูกคาดหวังว่าจะสืบทอดกิจการไร่นาของครอบครัวต่อ

อย่างไรก็ตาม งานทำไร่ทำนานั้น กลับเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยจะชอบ เขาไม่มีความหลงใหลในการดูพืชผลเติบโตขึ้นมา

ในอีกมุมหนึ่ง Henry กลับหลงใหลในโลกของเครื่องยนต์กลไกเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่เด็ก เขามักจะนำของรอบตัวมาถอดประกอบเล่น ยืมนาฬิกาเพื่อนบ้านมาถอด ดูกลไก แล้วก็ใส่กลับเข้าไปใหม่

หรือกระทั่งเมื่อครอบครัวซื้อเครื่องจักรไอน้ำมาทำการเกษตร เขาก็ศึกษามันอย่างจริงจัง ถึงขั้นซ่อมอุปกรณ์เหล่านั้นเป็น

ความชอบในกลไก มากกว่าการทำเกษตรนี้ ทำให้ในวัย 16 ปี เขาตัดสินใจเดินทางเข้าเมืองดีทรอยต์เพื่อหางานทำ

ซึ่งเมืองดีทรอยต์ในยุคนั้น กำลังเริ่มตั้งตัวด้านอุตสาหกรรม เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องจักร ซิการ์ ยา และอาหาร

แถมยังอยู่ใกล้กับเหมืองถ่านหิน เหล็ก และทองแดงขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ

ที่สำคัญ การเดินทางสะดวกทั้งทางรถไฟและทางเรือ ทำให้มันช่างเหมาะกับการเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ที่กำลังจะมาถึงในอนาคต

 

Henry Ford ชายผู้ปฏิวัติวงการยานยนต์

หลังจากนั้น Henry มีโอกาสได้ทำงานในบริษัทของ Thomas Edison เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

หน้าที่ของเขาคือการดูแลเครื่องยนต์ไอน้ำที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ทำให้เครื่องยนต์ดังกล่าวทำงานได้ตามปกติ

ถ้าทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี ตัวของ Henry ก็มีเวลาว่างสามารถจะทำอะไรก็ได้

ในตอนนั้นเขามีความหลงใหลในเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน แล้วก็มองว่ามันน่าจะมาแทนเครื่องจักรไอน้ำได้ ทั้งการทำงานที่เร็วว่า เสถียรกว่า และมีขนาดเล็กกว่า

ซึ่งก็แน่นอนว่า เขาใช้เวลาในจุดนี้ทดลองกับเครื่องยนต์น้ำมัน เพื่อสร้าง “รถม้า” ที่วิ่งได้โดยไม่ต้องใช้ม้า

จนกระทั่งเขาสามารถสร้างเจ้า “Quadricycle” รถติดล้อจักรยาน 4 ข้างที่วิ่งด้วยน้ำมันได้จริงๆ

พอสามารถทำรถยนต์น้ำมันคันแรกได้แล้ว Henry เลยตัดสินใจออกมาทำบริษัทรถยนต์ของตัวเอง ด้วยการระดมทุนจากเหล่านักลงทุนที่สนใจ

ในตอนแรก Henry ต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนในการสร้างรถคันแรกของบริษัท

และผ่านไปอีก 2 ปี เขาก็สร้างรถได้ประมาณ 10 คันเท่านั้น

การไร้ความคืบหน้าของผลงานเช่นนี้ ทำให้เขาถูกผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ไล่ออกจากบริษัทที่สร้างขึ้นเอง

แต่แทนที่จะเลิกล้มความตั้งใจ การโดนไล่ออกจากบริษัท กลับทำให้ Henry ได้คิดทบทวนอะไรบางอย่าง…

 

Quadricycle รถติดล้อจักรยานที่วิ่งด้วยน้ำมัน

 

แทนที่จะทำ “รถยนต์ราคาแพง” ให้คนรวยใช้งาน ทำไมจึงไม่ทำรถยนต์ราคาถูกลง ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้แทนล่ะ!?

แน่นอนว่าการทำแบบนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก และ Henry เองก็ต้องลองผิดลองถูกกับรถของเขาอยู่ถึง 20 รุ่น

และในที่สุด เขาก็สามารถสร้างรถยนต์แบบที่ตัวเองต้องการได้

แต่อีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องของการผลิต จะทำยังไงให้ผลิตรถยนต์ได้ทันล่ะ!?

ในที่สุดหลังจากขบคิด และได้ไอเดียระบบ “สายพาน” ที่เห็นในโรงฆ่าสัตว์ เขาจึงนำมันมาประยุกต์เข้ากับการผลิตรถยนต์

แทนที่จะให้คนคนเดียวสร้างรถยนต์ เราก็ทำเป็นสายพานลำเลียงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพงานมากที่สุดสิ!!

วิธีการผลิตแบบใหม่ ทำให้ Ford สามารถเปลี่ยนรถยนต์จากสินค้าราคาแพงสำหรับคนรวย กลายมาเป็นสินค้าที่คนทั่วไปเอื้อมถึงได้

ในปี 1903 เขาก่อตั้ง Ford Motor Company และโรงงานรถยนต์แห่งใหม่ขึ้นในเมืองดีทรอยต์

ในปี 1905 โรงงานใหม่ของเขาสามารถผลิตรถได้ถึงวันละ 25 คัน และมากถึงราวๆ 1,600 คันต่อปี

ในปี 1906 บริษัทก็ประสบความสำเร็จในการใช้ระบบผลิตแบบสายพาน จนพวกเขาสามารถผลิตรถได้ร่วม 8,400 คันต่อปี

ในปี 1909 รถ Model T ได้รับความนิยม มียอดสั่งซื้อเข้ามาถึง 25,000 คัน

ซึ่งนั่นมากกว่ากำลังการผลิตของบริษัทที่ราวๆ ปีละ 17,000 คัน

ในปี 1910 เขาจึงสร้างโรงงานเพิ่มอีกแห่งเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้พวกเขาผลิตรถได้ถึง 20,000 คัน และสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกในปีต่อๆ ไป

ต่อมาในปี 1916 พวกเขาก็สามารถผลิตรถได้มากถึงปีละกว่า 580,000 คัน

กำลังการผลิตที่มหาศาลขนาดนั้น ทำให้ Ford สามารถลดราคาสินค้าของเขาได้กว่า 55%

จากตอนแรกขายรถในราคา 800 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ รถยนต์ของเขาลดราคามาเหลือ 350 ดอลลาร์แล้ว ยิ่งทำให้ลูกค้าสนใจรถยนต์มากขึ้นไป

ว่ากันง่ายๆ ก็คือ เขาคือต้นแบบแห่งการผลิตยานยนต์เชิงอุตสาหกรรมของโลก ที่ภายหลังค่ายจากยุโรปและญี่ปุ่น ก็ได้เรียนรู้งานเอาไปทำตามด้วย!!

 

รถ Model T แบบพันหลังคาเก็บจากปี 1909

 

Henry Ford กลายเป็นคนที่ทำให้ชาวอเมริกันได้ใช้รถยนต์กันอย่างแพร่หลาย และก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์อย่างเต็มตัว

เมืองดีทรอยต์ ก็มีค่ายรถยนต์อื่นๆ เข้ามาเปิดกิจการอีกมากมาย ทั้ง General Motors, Dodge และ Chrysler Corp

เชื่อหรือไม่ว่าตอนที่ Ford ตั้งโรงงาน เมืองแห่งนี้ยังมีคนอยู่อาศัยเพียง 286,000 คน

แต่ในยุคอุตสาหกรรมยานยนต์เฟื่องฟูที่สุดในปี 1950 มีคนย้ายเข้ามาทำงาน และอาศัยในเมืองแห่งนี้เกือบ 2 ล้านคน!!

 

บริษัท Ford ของเขาก็สามารถเป็นเจ้าแห่งตลาดรถ ที่ทำกำไรได้มหาศาลอยู่เป็นสิบๆ ปี

และกว่าที่บริษัทรถอื่นๆ ในยุคนั้น จะไล่ตามเทคโนโลยีและกำลังการผลิตของบริษัท Ford ทัน

Henry Ford ก็ครองโลกยานยนต์ กลายเป็นเศรษฐีที่มีมูลค่าทรัพย์สินกว่า 6.2 ล้านล้านบาทไปแล้ว (เมื่อเทียบเป็นค่าเงินในปัจจุบัน)

 

Henry Ford ไม่ใช่คนแรกของโลก ที่ผลิตรถยนต์น้ำมันออกมาได้

แล้ว Henry Ford ก็ไม่ใช่ผู้คิดค้นระบบสายพานการผลิตคนแรกอีก

แต่ Henry Ford คือคนที่นำทั้งสองอย่างมารวมกัน แล้วก็สามารถปฏิวัติวงการยานยนต์ของโลก ได้สำเร็จในที่สุด..

 

 

เปิดประวัติ Henry Ford จากลูกชาวนาบ้านนอก สู่ผู้ปฏิวัติวงการยานยนต์โลก!! #ชายผู้สร้างอเมริกาคนที่5 เรื่องราวของ Henry…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา

medium.com/bc-digest/how-ford-built-america-the-man-behind-the-automobile-660557dfff77

www.history.com/topics/inventions/henry-ford

www.britannica.com/biography/Henry-Ford

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...