นี่คือบทเรียนชั้นดี จากบริษัทค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่แห่งสิงคโปร์ Hin Leong Trading ที่เปิดกิจการมากว่า 56 ปี

แต่ในวิกฤติโควิด-19 บริษัทกลับต้องประกาศล้มละลาย

เรื่องราวยังน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อการล้มละลายครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผลกระทบจากโรคระบาดโดยตรง แต่เกิดจาก “ความมั่นใจ” ที่สูงเกินไป จนนำมาสู่การเปิดโปงครั้งสำคัญด้วย..

 

ทำความรู้จัก Hin Leong Trading

Hin Leong Trading นั้นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1963 โดยคุณ Lim Oon Kuin ชาวจีนที่อพยพมาอยู่สิงคโปร์

ด้วยทักษะการต่อรองเจรจาที่ไม่เป็นสองรองใคร บริษัทค้าน้ำมันแห่งนี้จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อสิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางค้าน้ำมันของเอเชีย ทางด้าน Hin Leong Trading ก็เป็นขาใหญ่ในวงการค้าน้ำมันของประเทศ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงบริหารในรูปแบบบริษัทจำกัด ที่มีคุณ Lim เป็นหัวเรือใหญ่ ข้อมูลที่ออกมาถึงคนภายนอกจึงน้อยมาก

(ต่างจากหลายกิจการที่เป็นบริษัทมหาชนข้ามชาติ ซึ่งจะถูกตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายกว่า)

ในปีล่าสุด Hin Leong Trading ทำรายได้สูงถึง 600,000 ล้านบาท มีกำไร 250,000 ล้านบาท

ขณะที่ตัวคุณ Lim ถูกประเมินว่ามีทรัพย์สินสูงถึง 55,000 ล้านบาท

รายได้ของบริษัทค้าน้ำมันแห่งนี้บริษัทเดียว คิดเป็นตัวเลขเกือบ 6% ของ GDP สิงคโปร์ทั้งประเทศ…

แต่พวกเขาก็ยังมีความลับที่เก็บซ่อนไว้!!

 

คุณ Lim ผู้ก่อตั้ง Hin Leong Trading ภาพ: Yahoo Finance

 

และความลับนั้น ก็ถูกตีแผ่ออกมา ในวิกฤติโควิด-19

หลังจากมีข่าวการแพร่ระบาดของโรคไวรัสชนิดใหม่ในจีน ซึ่งความกังวลดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันตกลงมาเล็กน้อย

ทางคุณ Lim มองว่านี่ก็เหมือนวิกฤติอื่นๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วรัฐบาลจีนจะควบคุมมันได้เป็นอย่างดี เขาจึงเลือกเดิมพันอีกข้างว่าน้ำมันจะขึ้น โดยการทุ่มซื้อน้ำมันในตลาดซื้อขายล่วงหน้า

จะว่าไปเขาก็คาดการณ์ได้ถูกพอสมควร สถานการณ์ในจีนดูเหมือนจะควบคุมได้ และ “อู่ฮั่น” จุดเริ่มต้นการระบาด ก็กลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง

แต่.. เชื้อไวรัสได้แพร่กระจายไปทั่วโลก และทำให้สถานการณ์ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา กำลังตกที่นั่งลำบาก

นั่นทำให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกลดลงมหาศาล

และแน่นอนว่าอย่างที่เราทราบกัน ราคาน้ำมันตกลงมาสู่จุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี

การเดิมพันที่ผิดพลาด เชื่อมั่นในความคิดตัวเอง แล้วไม่สามารถถอนตัวออกมาได้ทันเวลา ทำให้เงินในบริษัทหมดเกลี้ยง!!

 

ไม่เพียงแต่การขาดทุนครั้งใหญ่เท่านั้นที่ส่งผลต่อ Hin Leong Trading แต่ราคาน้ำมันที่ตกลงอย่างหนัก และวิกฤติโควิด-19 ทำให้บริษัทต่างๆ เริ่มผิดนัดชำระหนี้

เจ้าหนี้หลายรายกลัวว่า Hin Leong จะผิดนัด จึงเริ่มมีการทวงถามหนี้มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งพวกเขาได้รู้ความจริงว่า…

– ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา บริษัท Hin Leong ได้ปกปิดตัวเลขขาดทุนจากการซื้อขายน้ำมันในตลาดล่วงหน้า สูงถึง 25,000 ล้านบาท

– คุณ Lim ยังได้แอบขายน้ำมันในคลังจำนวนมหาศาล ที่เขาใช้มันเป็น “หลักประกัน” ในการกู้ยืมจากธนาคารต่างๆ

– หนี้สินจำนวน 120,000 ล้านบาท ที่กู้ยืมมาจากทั้ง HSBC รวมถึงธนาคารใหญ่ 3 แห่งในสิงคโปร์ UOB, OCBC และ DBS Bank มีสิทธิ์กลายเป็นหนี้เสีย!!

 

ล่าสุดทาง Hin Leong Trading ยื่นเรื่องขอคำสั่งศาลพิทักษ์ทรัพย์ หรือก็คือเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเป็นที่เรียบร้อย

ขณะที่ทางตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของสิงคโปร์ ก็เข้ามาตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะมีอะไรที่ปกปิดอยู่มากกว่านั้น

นี่เป็นการก้าวลงจากตำแหน่งของคุณ Lim ที่ไม่ค่อยสวยงามนัก และยังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ!!

 

เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้จบแค่เพียง Hin Leong Trading แต่ได้สร้าง “ความไม่ไว้วางใจ” ในบริษัทค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่รายอื่นของสิงคโปร์ ท่ามกลางข้อสงสัยว่าพวกเขามีอะไรปกปิดไว้ด้วยหรือไม่

แม้การล้มลงของบริษัทเดียว จะยังไม่ส่งแรงกระเพื่อมไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนหรือเอเชียก็ตาม

แต่หากมีปัญหาของบริษัทอื่นๆ ตามมาอีก ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจริง บวกกับความไม่มั่นใจที่มีอยู่แล้ว แถมซ้ำด้วยวิกฤติโควิด-19 ที่ตอนนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในอาเซียนอีก

จึงน่าสนใจว่า สุดท้ายแล้ว ศูนย์กลางทางการเงินและน้ำมันแห่งอาเซียนอย่าง “สิงคโปร์” จะก้าวข้ามปัญหาที่รุมเร้านี้ไปได้ดีมากน้อยเพียงใด…

 

นี่คือบทเรียนชั้นดี จากบริษัทค้าน้ำมันยักษ์ใหญ่แห่งสิงคโปร์ Hin Leong Trading ที่เปิดกิจการมากว่า 56…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันอังคารที่ 28 เมษายน 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

https://en.wikipedia.org/wiki/Hin_Leong

https://www.forbes.com/#5e3f78b72254

https://www.posttoday.com/world/621443

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...