สำหรับมนุษย์เราแล้ว “ทองคำ” คือโลหะมีค่า และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย

แต่สงสัยไหมว่า ทำไมมนุษย์ส่วนใหญ่ถึงให้ค่ากับทองคำ ถึงขั้นทุกประเทศยอมรับให้มันเป็นสินทรัพย์สำหรับ “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” กันเลยล่ะ!?

เจ้าแร่วิบวับเหล่านี้มาจากไหน? แล้วมนุษย์ให้คุณค่ากับมันตั้งแต่เมื่อไร?

เราจะพาคุณไปเปิดประวัติศาสตร์ของ “ทองคำ” ในบทความนี้ครับ..

 

ต้นกำเนิดของทองคำ

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจที่มาของทองคำกันสักเล็กน้อย…

เพราะแม้ว่าแร่ชนิดนี้สามารถขุดพบบนโลก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นของที่อยู่บนโลกมาตั้งแต่ต้น แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอวกาศต่างหาก

โดยทองคำ จะเกิดขึ้นได้ภายใต้แรงดันมหาศาล อย่างการระเบิดของดวงดาว หรือไม่ก็การชนกันของดาวนิวตรอนเท่านั้น

และก็เป็นไปได้ว่าทองคำที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นั้น ส่วนหนึ่งจะปลิวตามแรงระเบิด หรือไม่ก็ติดมากับอุกกาบาตมายังโลก

ทำให้โลกของเราได้รับสายแร่ทองคํามานั่นเอง

 

ภาพจำลองการชนกันของดาวนิวตรอน หนึ่งในสองทฤษฎีการกำเนิดทองในจักรวาล

 

มนุษย์เราให้คุณค่ากับทองคำตั้งแต่เมื่อไร?

หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด ที่แสดงความเกี่ยวข้องระหว่างมนุษย์กับทองคำ คือเมื่อราวๆ 40,000 ปีก่อน

มันถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในสภาพของ “เกล็ดทอง” ภายในถ้ำของมนุษย์ยุคหินเก่า

แต่นั่นก็ยังไม่ได้ยืนยันว่า มนุษย์ในยุคนั้นให้ค่ากับมันมากนัก พวกเขาอาจจะแค่เอามาเก็บไว้เพราะมันแปลกดีก็ได้

 

ส่วนหลักฐานว่ามนุษย์มีการนำทองไปให้งานจริงๆ ก็คือในช่วงอารยธรรมเมโสโปเตเมียเมื่อราวๆ 4,600 ปีที่แล้ว

โดยในช่วงเวลานั้นเราจะมีการใช้ทองในการทำเครื่องประดับ หรือเป็นของตกแต่งบ้านเป็นหลัก เพราะทองคือสิ่งของหายาก มีสีสันเอกลักษณ์และดึงดูดสายตา

 

นับตั้งแต่ช่วงเวลานั้นมา คุณค่าของทองในสายตาของมนุษย์ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งเมื่อราวๆ 2,700 ปีก่อนมนุษย์เราก็เริ่มที่จะใช้เหรียญทองและเหรียญเงิน เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสิ่งของ

ผ่านมาไม่นานนัก  2,564 ปีก่อน กษัตริย์โครซัสแห่งอาณาจักรลิเดีย (แถบตุรกีในปัจจุบัน) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเวลานั้น

พวกเขาประสบความสำเร็จในการใช้ “ทองคำ” เป็น “สกุลเงินระหว่างประเทศ” ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ในที่สุด

 

ทำไมทองคำ ถึงมีค่ากับมนุษย์

ไม่เพียงมนุษย์ แต่ในทางวิทยาศาสตร์นั้น สัตว์โลกหลายชนิดก็ยังให้ความสนใจกับ “ของมันวาว” อยู่แล้ว

และยิ่งมันเป็นโลหะที่หายากกว่าโลหะอื่นๆ มนุษย์ในอดีตจึงหลงใหลในแร่ชนิดนี้

แต่ต่างไปจากของมันวาวอื่นๆ อย่างพลอย หรือทับทิม ที่ดัดแปลงรูปร่างได้ยาก

ขณะที่โลหะอย่างแพลตินัม แม้จะหายากกว่า ก็เคยมีมนุษย์ลองใช้ แต่อาจจะเพราะมันหายากเกินไป และดูไม่ต่างอะไรกับแร่เงิน(สำหรับคนยุคนั้น) มันก็เลยไม่ถูกยอมรับในการแลกเปลี่ยน

ขณะที่ “ทองคำ” นั้นถือเป็นแร่ที่หาได้ยากแบบพอดีๆ มีความอ่อนและเหนียวสูง

ทำให้มนุษย์สามารถดัดแปลงมันให้เป็นรูปร่างที่ต้องการ ได้โดยไม่สร้างความเสียหายให้ตัวแร่ได้

นอกจากนี้ ทองยังไม่สึกกร่อนหรือขึ้นสนิม ไม่ว่าจะไปประกอบอยู่ในอะไรก็ตาม ก็สามารถแยกทองออกมาได้

“ทองคำ” จึงมีค่าเท่าเดิมอยู่เสมอ

และทำให้เกิดความนิยมทองคำ ส่งต่อในมนุษย์จากรุ่นต่อรุ่น ตั้งในยุคโบราณ มาจนถึงยุคสมัยใหม่

 

โรงศพองฟาโรห์ตุตันคาเมน ที่มีทองคำเป็นส่วนประกอบ

 

ทำไมทองคำถึงได้แพงขนาดนี้

ทองมีเกลื่อนโลก ร้านทองมีแทบทุกมุมเมือง คุณอาจจะสงสัยว่าทองมีตั้งเยอะ ทำไมมันจึงมีราคาแพงอีก!?

ในความเป็นจริงแล้ว ทองคำบริสุทธิ์บนโลกนั้นมีอยู่แค่ราวๆ 190,000 ตัน

เทียบให้เห็นชัดๆ คือ หากเราหลอมทองทั้งหมดที่มนุษย์ขุดได้ ลงในสระว่ายน้ำโอลิมปิก เราจะได้สระน้ำทองคำแค่ 3 สระเท่านั้น

 

แต่ปริมาณของทองทั้งหมดบนโลก ก็ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ทองมีราคาแพง

เพราะอีกหนึ่งในปัจจัยที่หลายๆ คนอาจจะไม่ได้คิดถึงคือทองนั้น “ขุดยากกว่าที่เราคิดมาก”

เพราะแม้ว่ามนุษย์เราจะมีการขุดทองมาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้วก็ตาม และแม้จะมีเครื่องจักรมาช่วยในการสำรวจ-ขุดทองคำ

แต่สุดท้ายและกระบวนการหลักๆ ของการขุดและแปรรูป ก็ยังคงรูปแบบเดิมจากเมื่อสมัยก่อน

นักสำรวจอาจต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี ในการตามหาจุดที่อาจจะมีเหมืองแร่ใหม่ๆ อยู่

และต่อให้หาเจอมันก็มีโอกาสแค่ 10% ที่เหมืองแร่ที่ว่าจะมีทองมากพอ ต่อการลงทุนขุดจริงๆ อีก

ความที่มันหายาก แถมยังขุดมาใช้งานยากนี้ ทำให้มันยังคงมูลค่าในตัวเองได้ถึงปัจจุบัน

 

แต่มนุษย์ก็สามารถสร้างทองขึ้นมาได้…!?

คุณอาจจะไม่รู้ว่า ในปัจจุบันมนุษย์เลียนแบบวิธีที่จักรวาลสร้างทองได้แล้ว

ด้วยการใช้เครื่องเร่งอนุภาค ยิงอนุภาคใส่ตะกั่วเพื่อเปลี่ยนใช้มันกลายเป็นทอง

อย่างไรก็ตาม เจ้าเครื่องเร่งอนุภาคที่ว่านี้ ในปัจจุบันสามารถสร้างทองขึ้นมาได้ทีละหนึ่งอะตอมเท่านั้น

กว่าที่เราจะได้ทองมามากพอที่จะใช้งานได้ เราก็อาจจะต้องใช้ทั้งเวลา และทรัพยากรไปมากกว่าคุณค่าของทองที่ได้มาเสียอีก

ดังนั้น หากว่าทองบนพื้นโลกหมดไปจริงๆ สถานที่ต่อไปที่คนจะไปหาทอง ก็ยังไม่ใช่ในห้องแล็บ

แต่อาจจะเป็นท้องทะเลที่มีทองละลายปนอยู่ในปริมาณมาก หรือไม่ก็ดาวดวงอื่นมากกว่า

 

จนกว่าจะถึงวันที่มนุษย์สร้างทองได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ หรือมีอุกกาบาตที่เต็มไปด้วยทองคำโผล่มา หรือหันไปนิยมแร่อื่นๆ ซึ่งสองข้อหลังนั้นเกิดขึ้นยากยิ่ง

มนุษย์เราก็จะยังคงให้ค่าในโลหะแวววาวนี้

และทำให้ “ทองคำ” ยังคงเป็นสิ่งมีค่าสำหรับมนุษย์ ไปอีกนานแสนนานเป็นแน่

 

#สรุปประวัติศาสตร์ของทองคำ #ให้คุณเข้าใจง่ายๆสำหรับมนุษย์เราแล้ว “ทองคำ” คือโลหะมีค่า…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

ed.ted.com/lessons/where-does-gold-come-from-david-lunney

www.businessinsider.com/why-gold-is-so-expensive-2019-10

www.hellogold.com/why-is-gold-valuable-and-expensive/

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...