“อยากซื้อหุ้น จะต้องเริ่มต้นยังไง!?”

หลังจากเขียนบทความด้านการลงทุนไปหลายบทความ ก็มีคำถามเรื่องของการเริ่มต้นลงทุน หรือเริ่มต้นซื้อหุ้นเข้ามาอยู่เสมอ

หุ้นมันคืออะไรกันแน่?? แล้วทำไมราคามันต้องขึ้นๆ ลงๆ??

อยากจะซื้อหุ้น อยากจะลงทุนต้องเริ่มยังไง??

 

 

เลยเป็นที่มาของซีรีส์นี้ ที่จะช่วยให้คนที่ไม่มีความรู้เลย หรือคนที่เคยซื้อขาย-หุ้นมาแล้วบ้าง สามารถเริ่มต้นลงทุนได้แบบที่เข้าใจเกี่ยวกับหุ้นมากขึ้นนะครับ

ซีรีส์นี้อาจจะเป็นเรื่องพื้นฐานหน่อย แต่ก็หวังว่าจะเข้าใจกันได้ไม่ยากครับ

เรามาเริ่มจากตอนแรก ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “หุ้น” ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้น กันสักเล็กน้อย..

 

1. หุ้นคืออะไร!?

หุ้น พูดง่ายๆ ก็คือสิ่งที่แสดงความเป็นเจ้าของในบริษัทต่างๆ ซึ่งถ้าใครมีหุ้นในบริษัทมาก ก็มีความเป็นเจ้าของมาก

เช่น คุณลงทุนกับเพื่อน คุณถือหุ้น 90% เพื่อนอีกคนมีหุ้น 10% เวลาได้กำไร ขาดทุน หรือตัดสินใจอะไรต่างๆ คุณก็มีสิทธิมากกว่านั่นเอง

จากตัวอย่างนะครับ..

สมมติกลุ่มเพื่อน 4 คน ตู่ ป้อม แดง เอก มาร่วมหุ้นเปิดร้านอาหารกัน ที่ต้องใช้เงินทุน 100 บาท

ทั้ง 4 เลยตัดสินใจลงทุนเท่ากัน คนละ 25 บาท เท่ากับว่าตอนนี้ทุกคนมีสัดส่วนหุ้นในบริษัทนี้คนละ 25%

ถ้าเปิดร้านไปปีหนึ่ง ร้านทำกำไรได้ 20 บาท แล้วมาจ่ายปันผลให้กับเจ้าของบริษัทที่ลงทุน

แต่ละคนก็จะได้ส่วนแบ่งในสัดส่วน 25% ของเงิน 20 บาท เท่ากับได้ปันผลมาคนละ 5 บาทนั่นเอง

(เราข้ามเรื่องภาษีไปนะ จะได้ไม่ต้องคำนวณอะไรซับซ้อน)

 

2. แล้วหุ้นที่เราซื้อขายในตลาดหุ้น มันมาจากไหน!?

มันก็มาจากบริษัททั่วไปนี่แหละครับ นำบริษัทเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้น ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป

บางบริษัทมาระดุมทุนเอาไปใช้หนี้ บางบริษัทระดมทุนไปขยายกิจการ บางบริษัทระดมทุนไปซื้อเครื่องมือใหม่ เป็นต้น

ทีนี้.. ถามว่าทำไมต้องมาแบ่งหุ้นในบริษัท ให้คนอื่นเป็นเจ้าของด้วยล่ะ!?

นั่นก็เพราะบางทีแต่ละกิจการ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินแตกต่างกันออกไป

ยกตัวอย่างร้านอาหารแห่งนี้ ที่จะต้องใช้เงินลงทุน 100 บาท เพื่อเปิดร้านใหม่ ถ้ารอกำไรปีละ 20 บาท ก็ต้องรอไป 5 ปี จึงจะมีเงินครบไปเปิดร้านใหม่

ถ้าจะไปกู้ธนาคาร 100 บาทเลย บางครั้งธนาคารอาจจะคิดดอกเบี้ยแพง หรือไม่ให้กู้เสียอย่างนั้น

เพราะฉะนั้นการเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น ก็เป็นอีกช่องทางในการได้เงินลงทุนก้อนใหญ่ เพื่อนำไปลงทุนขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ว

 

 

3. การเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น

จากตอนแรกที่เจ้าของเดิมมีหุ้นรวมกันเต็ม 100% แล้ว

เมื่อบริษัทเข้าตลาดหุ้น เพื่อให้นักลงทุนคนอื่นๆ มาซื้อหุ้นในบริษัทได้ บางครั้งก็จะใช้วิธีออกหุ้นใหม่ให้คนมาจับจอง หรืออีกวิธีคือตัดขายจากหุ้นของเจ้าของเดิม

ยกตัวอย่างร้านอาหารของเรา..

ตอนแรกทุกคนถือหุ้นคนละ 25% รวมกันก็ 100%

ถ้าอยากระดมทุนเพิ่มอีก 100 บาท ก็จะใช้วิธีเพิ่มหุ้นขึ้นมาอีก 100 หุ้น มาขายหุ้นละ 1 บาท ก็ได้เงินครบพอดี

(ตัวอย่างค่อนข้างยกตัวเลขมาเยอะหน่อยนะ เพื่อให้คำนวณง่าย ความจริงอาจกระจายหุ้น IPO กันแค่ 20-30% เท่านั้น)

ฟังดูเป็นเรื่องดีใช่ไหม ที่ได้เงินก้อนใหญ่มาในทันที

แต่นั่นก็ทำให้ความเป็นเจ้าของบริษัทน้อยลงไปด้วย ในภาพต่อไปครับ..

 

 

4. ความเป็นเจ้าของบริษัท ที่มีสัดส่วนน้อยลง

พอเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น มีนักลงทุนคนอื่นๆ มาซื้อด้วย ก็จะทำให้ความเป็นเจ้าของบริษัทเดิมนั้น มีสัดส่วนที่น้อยลงไป

สมมติว่ายังคงทำกำไรได้ 20 บาทเท่าเดิม

แต่ผู้ถือหุ้นทั้ง 4 คนของเรา แทนที่จะได้ส่วนแบ่งคนละ 5 บาท ตอนนี้ลดลงครึ่งหนึ่งเหลือ 2.50 บาทแล้ว

เพราะกำไรนั้นก็ต้องแบ่งไปให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่คนอื่นๆ ที่เข้ามาจับจองซื้อหุ้นของบริษัทนี้

(มีตัวหารมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเองครับ)

 

 

5. นี่แหละ คือที่มาของ “หุ้น” ที่เราซื้อขายในตลาดหุ้น

พอบริษัทเสนอขายหุ้นในตอนแรก (IPO) ไปแล้ว ก็จะกลายเป็น “หุ้น” ที่ถูกนักลงทุนเอามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในตลาดหุ้น

ซึ่งเจ้าหุ้นพวกนี้ ก็จะขึ้นๆ ลงๆ ตามความต้องการซื้อ หรือความต้องการขายของนักลงทุนในตลาด

ไล่ตั้งแต่รายย่อย รายใหญ่ นักลงทุนสถาบัน ไปจนถึงนักลงทุนต่างชาติกันเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างเช่น..

ถ้าคนมองว่าอนาคต ผลประกอบการบริษัทนี้จะดี ก็จะเข้ามากว้านซื้อหุ้นจำนวนมาก พอมีคนต้องการซื้อมาก หุ้นที่มีอยู่อย่างจำกัดก็จะราคาสูงขึ้น

ในทางตรงข้าม สมมติบริษัทขาดทุนติดๆ กัน หรือผู้บริหารมีข่าวเสียหาย หุ้นก็จะถูกขายขายอย่างหนัก เป็นผลทำให้ราคาตกลงอย่างรวดเร็ว

ซึ่งกลุ่มเจ้าของเดิม ก็มีสิทธิ์ซื้อหุ้นกลับคืนด้วยเช่นกันนะ ถ้าพวกเขาเห็นว่ากิจการมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต

(และพวกเขาก็มีสิทธิ์ขายหุ้นได้ ตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด)

เพราะฉะนั้น จะพูดง่ายๆ ว่าราคาหุ้นขึ้นหรือลงนั้น ก็ตามแต่ความต้องการซื้อขายของคนในตลาดล้วนๆ

โดยที่มีเหตุผลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ผลประกอบการ สถานการณ์เศรษฐกิจ อะไรพวกนี้มารองรับเพื่ออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นนั่นเอง

 

หวังว่าชุดภาพนี้จะทำให้หลายคนเข้าใจพื้นฐานที่มาของ “หุ้น” ที่เราซื้อๆ ขายๆ กันได้มากยิ่งขึ้นนะครับ

ถ้ามีผลตอบรับดี ซีรีส์ภาพนี้คงจะได้ทำต่อไป โดยจะเป็นการนำเสนอถึงวิธีการเปิดพอร์ตและเลือกโบรกเกอร์ เพื่อเริ่มต้นซื้อขายหุ้น

ว่ามีขั้นตอนอย่างไร!? มีบริษัทไหนให้เราเลือกเปิดพอร์ตได้บ้าง!? แล้วเลือกเปิดกับที่ไหนดี??

รอติดตามกันได้เลยครับ..

 

https://www.facebook.com/BillionMindsetPage/posts/994829874292086?business_id=137623680279608&__tn__=-R

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...