หากเอ่ยชื่อ Uniqlo คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังนี้ ซึ่งปัจจุบันมีเปิดให้บริการถึง 40 สาขาในประเทศไทย

“ทาดาชิ ยานาอิ” สานต่องานร้านขายเสื้อผ้าผู้ชายของพ่อ ในเมืองอุเบะ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

ก่อนที่เขาจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าอีกแห่งขึ้นในเมืองฮิโรชิม่า ภายใต้ชื่อ Unique Clothing Warehouse ก่อนที่จะลดลงมาเหลือแค่ Uniqlo ในที่สุด

 

ปัจจุบัน Uniqlo ถูกจัดอันดับให้เป็นธุรกิจด้านเครื่องแต่งกายอันดับ 8 ของโลกโดยนิตยสารฟอร์บส์

บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ในปี 2018 นี้ประมาณ 630,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน

แบ่งเป็นรายได้ในญี่ปุ่น 252,000 ล้านบาท

และรายได้จากต่างประเทศ 378,000 ล้านบาท

 

หน้าตาของร้าน Uniqlo สาขาแรกที่เมืองฮิโรชิม่า ในปี 1984

 

Uniqlo มีกำไรมากแค่ไหน!?

บริษัทคาดว่าปี 2018 นี้จะทำกำไรได้ประมาณ 64,000 ล้านบาทจากทั่วโลก

เท่ากับว่าคุณอ่านบทความนี้ 1 วินาที Uniqlo สามารถทำกำไรได้แล้ว 2,000 บาท

และคุณเข้าไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าในร้านสัก 10 นาที Uniqlo มีกำไรไปแล้ว 1,200,000 บาท

(หลายคนบ่นว่าทำงานทั้งเดือนยังได้แค่ 1% ของตัวเลขนี้เท่านั้นเอง ฮ่าาาา)

 

 

อะไรทำให้ชายหนุ่มจากเมืองอุเบะ และร้านขายเสื้อผ้าในฮิโรชิม่า กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกในทุกวันนี้ได้!?

John C. Jay ประธานฝ่ายครีเอทีฟของ Uniqlo สรุปข้อมูลไว้ได้อย่างน่าสนใจดังนี้

 

1. ความเสมอภาคคือสิ่งสำคัญ

ทาดาชิ ยานาอิ เน้นหลักความเสมอภาคมาตั้งแต่การเปิดสาขาแรก เขาต้องการให้ทุกคนสามารถเข้ามาซื้อสินค้าในร้านได้ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะชนชั้น จึงทำให้ลูกค้าที่เข้าร้านนั้นไม่ได้จำกัดแค่คนกลุ่มเดียว

 

2. ใช้ความจริงใจเข้าสู้

สโลแกนที่ว่า Made for all นั้นมิใช่เพียงแค่ตั้งขึ้นมาเก๋ๆ แต่เสื้อผ้าของ Uniqlo ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทุกคนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ความจริงใจที่พนักงานมีให้ต่อลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งลูกค้าทุกระดับควรจะได้รับการบริการด้วยรอยยิ้ม และได้รับความจริงใจจากพนักงานเท่ากัน ไม่ว่าจะจนหรือรวยด้วย

 

รอยยิ้มพนักงาน และการใส่ใจบริการลูกค้า คืออีกหนึ่งข้อปฏิบัติของบริษัท

 

3. ความเชื่อมั่นของลูกค้าคือสิ่งสำคัญ

และมันจะได้มาก็ต่อเมื่อคุณทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นเท่านั้น ย้อนกลับไปในช่วงวัย 30 กว่าๆ คุณยานาอิ เคยเขียนแนวคิดซึ่งกลายมาเป็น 23 ข้อปฏิบัติในการบริหารจัดการอันสำคัญยิ่ง

ยกตัวอย่างเช่น การใส่ใจลูกค้าเป็นพิเศษ รวมไปถึงการตอบแทนสู่สังคม อย่างบริจาคเสื้อผ้าให้ผู้ยากไร้ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น

 

4. ที่ตั้งคือสิ่งสำคัญ เรียนรู้จากความผิดพลาดให้ได้

ช่วงต้นยุค 2000 Uniqlo พยายามบุกตลาดโลกด้วยการไปเปิดในประเทศอังกฤษถึง 20 สาขา แต่กลับต้องล้มเหลวจนต้องปิดตัวลงในเวลาไม่ถึง 3 ปี!!

บทเรียนดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเรื่อง “โลเคชั่น” เสมอมา และพวกเขาเรียนรู้ด้วยการแทนที่จะเปิดร้านเล็กๆ กระจัดกระจายกัน ก็เปิดศูนย์ใหญ่ที่รวมทุกอย่างให้ครบครันไปเลย

ปัจจุบัน Uniqlo มีมากกว่า 1,920 สาขา ใน 18 ประเทศทั่วโลก

 

Uniqlo นำความผิดพลาดเป็นบทเรียน และเปิดร้านใหญ่เพื่อดึงดูดนักช็อป

 

ทาดาชิ ยานาอิ ผู้ซึ่งคลุกคลีกับธุรกิจขายเสื้อผ้าตั้งแต่เด็ก การอยู่กับมันมากเกินไปทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยชอบธุรกิจนี้ จนไม่คิดว่าตัวเองจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าได้

แต่สุดท้ายเขาก็โตขึ้นมาเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้า และใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะสามารถสร้างให้มันกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างเช่นทุกวันนี้

 

ครั้งหนึ่ง ยานาอิ เคยกล่าวไว้ว่า

“ผมอาจจะดูเหมือนประสบความสำเร็จ แต่ผมก็เคยทำผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน คนส่วนใหญ่จะเครียด และรู้สึกแย่กับความผิดพลาด

แต่คุณจำเป็นต้องมองมันในแง่บวก และเชื่อว่าคุณจะประสบความสำเร็จได้ในการพยายามครั้งต่อไป…”

 

หวังว่าบทพูดนี้ จะเป็นข้อคิดและแรงผลักดันดีๆ ให้กับเหล่าคนที่อยากประสบความสำเร็จเช่นกันนะครับ

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...