แบรนด์มือถือยักษ์ใหญ่จากจีน Huawei โค่นค่ายผลไม้ Apple ลงมาแล้วขึ้นยึดครองอันดับ 2 ของผู้ผลิตมือถือมากที่สุดในโลกได้สำเร็จ

จากข้อมูลของ International Data Corporation ซึ่งเก็บข้อมูลการจำจัดส่งสมาร์ทโฟนของแต่ละค่าย ระบุว่า

ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ค่าย Huawei จัดส่งสมาร์ทโฟนทั้งสิ้น 54.2 ล้านเครื่อง ขึ้นครองส่วนแบ่งการตลาด 15.8%

ช่วงเดียวกัน Apple ทำยอดได้ 41.3 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งการตลาด 12.1%

ขณะที่อันดับหนึ่งยังคงเป็น Samsung เช่นเดิมที่ทำไว้ 71.1 ล้านเครื่องในไตรมาสสอง

 

 

หากเรียงท็อป 5 ของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ตามยอดจำนวนเครื่องแล้ว แต่ละเจ้าจะครองส่วนแบ่งการตลาดดังนี้

1. Samsung 20.9%

2. Huawei 15.8%

3. Apple 12.1%

4. Xiaomi 9.3%

5. OPPO 8.6%

และอีก 33.2% ของทั้งโลกคือเจ้าเล็กเจ้าน้อยอื่นๆ รวมกัน

 

ข่าวการแซงครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ถ้าหากเราลองเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อน ในช่วงเวลาเดียวกันนี้

Apple ทำยอดได้เพิ่มขึ้นจาก 41 เป็น 41.3 ล้านเครื่อง เติบโต 0.7%

ในขณะที่

Huawei เติบโตจาก 38.5 เป็น 54.2 ล้านเครื่อง เติบโตมากถึง 40.9%

 

ส่วนแบ่งการตลาดของแต่ละแบรนด์ ย้อนไปถึงปี 2016

 

ทีนี้ เราลองย้อนไปให้ไกลกว่านั้น ดูสิว่าตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา ทั้งสองค่ายทำผลงานอย่างไรบ้าง

Apple

ไตรมาสแรก 50.8 ล้านเครื่อง
ไตรมาสสอง 41 ล้านเครื่อง
ไตรมาสสาม 46.7 ล้านเครื่อง
ไตรมาสสี่ 77.3 ล้านเครื่อง

รวมทั้งปี 215.8 ล้านเครื่อง

 

Huawei

ไตรมาสแรก 34.6 ล้านเครื่อง
ไตรมาสสอง 38.5 ล้านเครื่อง
ไตรมาสสาม 39.1 ล้านเครื่อง
ไตรมาสสี่ 41 ล้านเครื่อง

รวมทั้งปี 153.2 ล้านเครื่อง

ซึ่งจะเห็นได้ว่า Apple ยังคงทำผลงานในปีล่าสุดได้ค่อนข้างดีกว่าราวๆ 40% หากนับจากจำนวนเครื่องเพียวๆ

(และอีกอย่างหนึ่งคือค่าเฉลี่ยของราคาต่อเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่า Apple ย่อมมีราคาเฉลี่ยสมาร์ทโฟนที่สูงกว่า Huawei เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องมาคิดในแง่ของการทำกำไร มากกว่าแค่ตัวเลขจำนวนเครื่อง)

 

 

ข้อมูลตรงนี้น่าสนใจตรงที่ว่า…

นี่นับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2010 ที่ทาง Apple หลุดจากอันดับ 1 หรือ 2 ของการจัดอันดับด้วยจำนวนเครื่อง

จุดนี้คือสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านอะไรหรือไม่!?

หรือนี่อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่า “ธุรกิจจีน” กำลังครอบงำโลก และอำนาจที่ทางตะวันตกมีอยู่อย่างแข็งแกร่งกำลังเปลี่ยนแปลงไป

อนาคตจะเป็นอย่างไร คงต้องจับมามองกันครับ…

 

 

อ้างอิง:

https://venturebeat.com

www.businessinsider.com.au

www.telecomlead.com

https://jollykill.com

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...