อะไรคือเหตุผลให้ “แจ็ค หม่า” มหาเศรษฐีทรัพย์สิน 1.2 ล้านล้านบาท ตัดสินใจเกษียณตัวเองจากประธานบริษัท??

 

– เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า ให้สัมภาษณ์ว่าเขาเตรียมเกษียณตัวเอง เพื่อเอาเวลาไปอุทิศให้มูลนิธิของตัวเองมากขึ้น

– หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า แจ็ค หม่า จบการศึกษาจากวิทยาลัยครู  และเคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษมาก่อน

– ในจุดนี้เขาเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า “การสอนหนังสือ น่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด นอกเหนือจากการเป็นผู้บริหาร Alibaba”

– มูลนิธิ Jack Ma Foundation ที่ก่อตั้งในปี 2014 นั้น ทุ่มเทให้กับการพัฒนาการศึกษามาโดยตลอด

– โดยจะเน้นไปที่การพัฒนาครูในพื้นที่ห่างไกล ยกระดับการศึกษาชนบท และลดความเหลื่อมล้ำที่ยังสู้เมืองใหญ่ในจีนไม่ได้

– เฉพาะปีที่ผ่านมา มีข่าวว่าเขาลงเงินไปมากกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาการศึกษา

– เขาคิดว่าการลงจากตำแหน่งประธาน มาเป็นเพียงที่ปรึกษา จะทำให้มีเวลาไปทุ่มเทกับมูลนิธิมากขึ้น

 

ใครจะมาสืบทอดตำแหน่งแทน??

– อันที่จริง แจ็ค หม่า มีความคิดที่จะหาคนอื่นมาบริหารแทน และเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนแล้ว

– ในปี 2013 เขามอบหมายให้ “โจนาธาน ลู” ขึ้นมารับบทบาทซีอีโอแทน และเขาก็บริหารได้ดีกว่าที่นักลงทุนหลายคนคาดการณ์ไว้

– หลังจากนั้นในปี 2015 เขาก็ให้โจนาธานลงจากตำแหน่ง

– คนที่มารับตำแหน่งซีอีโอแทนก็คือ “แดเนียล จาง” ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการมาก่อน

– จึงมีการคาดการณ์ว่าประธานบริษัทคนต่อไป คงหนีไม่พ้น “แดเนียล จาง” เป็นแน่

 

แดเนียล จาง คนที่ถูกคาดว่าจะมารับตำแหน่งแทน

 

“บิล เกตส์” คือไอดอลของ “แจ็ค หม่า”

– ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ แจ็ค หม่า ยกตัวอย่างของบิล เกตส์ มาพูดถึง ว่านี่คือต้นแบบที่ทำให้เขาอยากวางมือเพื่ออุทิศให้การกุศล

– บิล เกตส์ ลงจากตำแหน่งผู้นำสูงสุดของ Microsoft เมื่อปี 2014 ตอนเขามีอายุ 58 ปี

– เขาได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีใจบุญ ผู้บริจาคเงินให้การกุศลจำนวนมาก

– รวมถึงมูลนิธิ The Bill & Melinda Gates Foundation ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2000 ก็กลายมาเป็นมูลนิธิการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

– โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาสาธารณสุข การศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาเทคโนโลยีในพื้นที่ชนบททั่วโลก โดยเฉพาะแถบแอฟริกา

– จนถึงปัจจุบัน มีการประเมินว่า บิล เกตส์ บริจาคเงินให้การกุศลไปแล้วเกือบ 3 ล้านล้านบาท

(ขณะที่ แจ็ค หม่า ก็พูดติดตลกว่า เขาเองอาจจะไม่รวยเท่า บิล เกตส์ แต่สามารถเกษียณตัวเองได้เร็วกว่าอีกด้วย)

 

 

ก้าวต่อไปของ แจ็ค หม่า และ Alibaba

ปัจจุบันธุรกิจเครือ Alibaba ที่มีมูลค่าทางตลาดสูงเกือบ 14 ล้านล้านบาท

(หรือพอๆ กับจีดีพีของประเทศไทยทั้งประเทศ)

การตัดสินใจลงจากตำแหน่งครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขามาคิดเอาปัจจุบันทันด่วน แต่คือแผนงานที่วางมาอย่างดี

เขาค่อยๆ ส่งต่ออำนาจบริหารไปยังคนอื่น คนที่เขาเลือกมาอย่างดี

เมื่อระยะเวลาผ่านไป 5 ปี และการส่งต่องานให้ผู้บริหารถึง 2 รุ่น แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังก้าวต่อไปข้างหน้าได้

ถึงวันนี้ สิ่งที่เขาอยากจะทำมานาน ก็ได้ทำเสียที…

 

“ผมรักในการศึกษา” คือคำพูดที่ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีของโลกกล่าวไว้ให้เราได้ขบคิด

ว่าในชีวิตของเราอาจจะมีทางแยก ที่ต้องเลือกระหว่างสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และทิ้งอีกทางไป

เหมือนกับเขาที่เลือกเส้นทางธุรกิจ เขาต้องทุ่มให้กับมันอย่างหนัก โดยทิ้งอาชีพครูไว้เบื้องหลัง

มาถึงจุดนี้สำหรับเขาแล้ว เงินทองที่มีนับล้านล้าน อาจจะไม่มีความหมายอะไร ถ้ามันไม่ช่วยให้สังคมพัฒนาขึ้น

สุดท้ายเราอาจจะ “อิ่มตัว” และรู้สึก “พอ” กับบางสิ่งบางอย่าง จนกระทั่งได้หันกลับไปทำในสิ่งที่เรารักจริงๆ

 

นอกจาก “ความสุข” จากการได้ทำสิ่งที่รักแล้ว ยังเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของเศรษฐีวัย 54 ปีคนนี้

ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะพัฒนาการศึกษาในจีน และลดความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจหรือไม่…

 

 

ที่มา:

www.nytimes.com/2018/09/07/technology/alibaba-jack-ma-retiring.html

https://en.wikipedia.org/wiki/Jack_Ma

www.blognone.com/node/105118

https://ycharts.com/companies/BABA/market_cap

www.businessinsider.com/bill-gates-reveals-why-hes-giving-away-his-90-billion-fortune-2018-2

แสดงความคิดเห็น...