ถ้าพูดถึง JAYMART คุณจะนึกถึงอะไร!?

เชื่อว่าแทบทุกคนจะถึงร้านขายโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ไอที ที่มีสัญลักษณ์สีแดงๆ พบเจอได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะตอนนี้บริษัท เจ มาร์ท กำลังปรับเปลี่ยนตัวเอง

แล้วการปรับเปลี่ยนนั้นน่าสนใจแค่ไหน เรามาทำความรู้จักธุรกิจนี้กันให้มากยิ่งขึ้น…

 

แต่เดิมนั้นบริษัท เจ มาร์ท ก็มีรายได้เกือบทั้งหมดมาจากการขายเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือกระทั่งโทรศัพท์มือถือ ผ่าน JAYMART นั่นแหละครับ

การขายนั้นก็มีทั้งแบบขายเงินสด และขายเงินผ่อน ที่บริษัทเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเอง

ซึ่งอย่างหลังนี้ นอกจากจะได้ยอดขายแล้ว ยังจะได้ฐานข้อมูลลูกค้า พร้อมกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อด้วย

ต่อมาบริษัทก็เลยตั้งบริษัทย่อย เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เพื่อจัดการในเรื่องติดตามหนี้สิน และบริหารหนี้

หลังจากนั้นก็ขยายกิจการออกไปในธุรกิจที่ครอบคลุมและเกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็น..

ตั้งบริษัทเจเอเอส แอสเซ็ท บริหารจัดการพื้นที่ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

เข้าลงทุนในบริษัท SINGER ที่ทำธุรกิจขายสินค้าเงินผ่อน

กระทั่งการตั้งธุรกิจ J Fintech ให้บริการสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคล

หรือบริษัท J Venture เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัปใหม่ๆ ที่น่าจะเติบโตได้ดีอีกด้วย

เริ่มเห็นความพยายามก้าวสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีการเงินของ JMART กันขึ้นมารึยังครับ!?

 

 

ทำให้ในปีล่าสุด รายได้ของบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ในปี 2019 มีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 11,600 ล้านบาท

จะมาจากแหล่งรายได้หลักๆ ก็คือ..

– การจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ-อุปกรณ์ไอที 63%

– ธุรกิจบริหารหนี้ ธุรกิจประกันภัย 21%

– ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล 8%

– ธุรกิจบริหารจัดการพื้นที่ 8%

 

ทั้งที่เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน รายได้จากการขายโทรศัพท์มือถือ คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของรายได้บริษัททั้งหมด แต่ในปัจจุบันลดลงมาเหลือเพียง 60%

และคาดว่าตัวเลขยอดขายดังกล่าว น่าจะลดลงไปอีกในอนาคต

ในขณะที่ธุรกิจซึ่งเติบโตได้ดี อย่างทั้งธุรกิจบริหารหนี้สิน โตจาก 10% มาเป็น 21% แล้ว

ส่วนธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ก็เพิ่มจากสัดส่วน 4% ขึ้นมาเป็น 8%

 

 

โดยเฉพาะในส่วนหลัง ซึ่งดำเนินงานผ่านบริษัทย่อยที่ JMART เข้าไปถือหุ้นอยู่ ทั้ง SINGER, JMT และ J Fintech

ซึ่งทั้ง 3 ธุรกิจก็ทำงานแบบประสานกัน

ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าแบบเงินผ่อนของ SINGER การให้เงินกู้กับรายย่อยของ J Fintech

ที่ในอนาคตทั้งสองกิจการ ต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้งานกับฐานลูกค้ากว่า 7 ล้านคน

เพื่อให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เอกสารยุ่งยากน้อยลง และเพิ่มฐานลูกค้าในอนาคต

ในขณะที่ JMT ก็เป็นธุรกิจที่คอยเร่งรัดติดตามหนี้ รวมถึงบริหารจัดการหนี้เสียของทั้งบริษัทในเครือ และรับซื้อหนี้เสียจากธุรกิจอื่นมาบริหารสร้างกำไรอีกต่อ

และในอนาคต อาจจะมีส่วนแบ่งผลกำไรจากสตาร์ทอัปที่ลงทุนไป เป็นรายได้เพิ่มเติมของบริษัทได้อีก

 

การปรับเปลี่ยนสู่จากธุรกิจขายมือถือเดิมๆ สู่ธุรกิจเทคโนโลยีการเงินมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความคาดหวัง

แถมความคาดหวังดังกล่าว ยังช่วยทำให้ราคาหุ้นจาก 4.00 บาทในเดือนมีนาคม ขึ้นมาเป็น 12.80 บาท ทำผลตอบแทนกว่า 220%

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังนี้ก็ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่าตามไปด้วย

ทั้งความเสี่ยงในแง่ของธุรกิจ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อาจจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียขึ้นมาได้มากกว่าในอดีตที่ผ่านมา

รวมถึงความเสี่ยงในด้านราคาของหุ้น ที่ตอนนี้อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ของ JMART  อยู่ที่ประมาณ 22 เท่า หรือลงทุน 22 ปีแล้วจะคืนทุน

ซึ่งถ้าในอนาคตมีอะไรที่มากระทบกับผลกำไร ก็จะยิ่งทำให้การคืนทุนของนักลงทุนช้าลงไปอีก

 

แน่นอนว่าการลงทุนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง และอยู่ที่การมองอนาคตของนักลงทุนแต่ละคน

บางคนมองว่าธุรกิจนี้น่าจะไปต่อได้ยาก เพราะต้องมาแบกรับภาระของขาลงร้านขายมือถือ แถมธุรกิจการเงินอาจจะโตไม่ทันใจ ทำให้กำไรเติบโตช้า

ในขณะที่หลายคนอาจจะมองว่าธุรกิจกำลังมีอนาคต และน่าจะโตไปได้มากกว่านี้อีก

ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการ “ซื้อ” และ “ขาย” หุ้นที่ไม่เหมือนกัน

แล้วสำหรับคุณล่ะครับ มองว่าอนาคตของ JMART น่าสนใจมากน้อยเพียงใด มาร่วมพูดคุยกันครับ…

 

 

(บทความนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์ถึงภาพรวมธุรกิจบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เท่านั้น ไม่ได้ชี้ชวนให้ซื้อขายหุ้นแต่อย่างใด)

 

ถ้าพูดถึง JAYMART คุณจะนึกถึงอะไร!?เชื่อว่าแทบทุกคนจะถึงร้านขายโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ไอที ที่มีสัญลักษณ์สีแดงๆ…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

www.set.or.th/set/companyprofile.do?symbol=JMART&language=th&country=TH

www.irplus.in.th/Listed/JMART/annual_report.asp

www.irplus.in.th/Listed/JMART/profile.asp

www.efinancethai.com/HotStocks/HotStockMain.aspx?release=y&id=cUNhVlIxNHRKd3M9

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...