ปี 2020 ถือเป็นปีที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับธุรกิจและการลงทุน

ในด้านธุรกิจ ผลกระทบจากโควิด-19 นั้นส่งผลอย่างชัดเจน เมื่อมีการสั่งล็อกดาวน์ ปิดร้านค้า และให้ประชาชนกักตัว นั่นทำให้การใช้จ่ายและเศรษฐกิจแทบจะหยุดชะงัก

ส่วนในด้านของตลาดหุ้น ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยตกลงมาประมาณ 25%

ดัชนีแนสแด็ก ของทางฝั่งสหรัฐอเมริกา ก็ตกลงไป 20% ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (และกำลังเริ่มฟื้นกลับมาได้)

 

ดัชนี NASDAQ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้…

 

ผลจากการตกลงอย่างหนักของตลาดหุ้นทั่วโลก ทำให้มูลค่าของบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งตกลงตามไปด้วย

หากนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา..

Apple จากต้นปีมูลค่า 39 ล้านล้านบาท ลดลงมาเหลือ 37 ล้านล้านบาท

Facebook จากต้นปีมูลค่า 18 ล้านล้านบาท ลดลงมาเหลือ 15 ล้านล้านบาท

หรือกระทั่งบริษัทใหญ่ในไทยอย่าง ปตท. จากต้นปีมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ตอนนี้เหลือ 950,000 ล้านบาท

แต่.. ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้ มีธุรกิจหนึ่งที่ราคาหุ้นยังคงยืนหยัดได้ แม้จะเกิดการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ทั่วโลกก็ตาม

นั่นก็คือธุรกิจค้าขายออนไลน์รายใหญ่ที่มีชื่อว่า Amazon

 

เมื่อเกิดการล็อกดาวน์ทั่วโลก แน่นอนว่าผู้คนต้องงดกิจกรรมการออกไปซื้อของนอกบ้านให้ลดน้อยลง แล้วหันมาใช้ช่องทาง “ออนไลน์” ในการเข้าถึงสินค้ามากขึ้น

Amazon รายใหญ่ที่มีบริการแบบครบวงจร จึงได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นไปอีก

และราคาหุ้นก็สะท้อนสิ่งนั้น เมื่อหุ้นของ Amazon พุ่งขึ้นถึง 26% นับจากช่วงต้นปี ทะยานสู่จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ แม้จะมีวิกฤติทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นก็ตาม

และมูลค่าของกิจการ ก็พุ่งจากต้นปีที่ 27 ล้านล้านบาท ขึ้นมาเป็น 36 ล้านล้านบาทแล้วในปัจจุบัน

 

Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ซึ่งถือหุ้นของบริษัทอยู่ประมาณ 11% จึงได้รับผลประโยชน์ตรงนี้อย่างมหาศาล

คำนวณคร่าวๆ ว่าตอนต้นปีเขามีทรัพย์สินที่เป็นหุ้นบริษัทอยู่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 4 ล้านล้านบาทแล้ว ภายในเวลาเพียงสี่เดือน

(และยังไม่รวมทรัพย์สินจากธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก)

 

 

สุดท้ายนี้.. ใช่ว่า “การขายของออนไลน์” จะเป็นอาชีพที่ไม่ได้รับผลกระทบ หรือทำรายได้ดีในช่วงล็อกดาวน์เสมอไป!?

จริงอยู่ที่เมื่อคนกักตัวกันทั่วโลก ก็ต้องหันมาซื้อสินค่าผ่านช่องทางออนไลน์ เท่ากับว่าลูกค้าและความต้องการซื้อมีมากขึ้น

แต่…!! เราอาจจะเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่า ช่วงนี้ถ้างานอื่นๆ ทำไม่ได้ ก็ลองหันมาขายของออนไลน์สร้างรายได้อีกทางสิ

นั่นก็เท่ากับว่าจะมีคนที่เสียรายได้และว่างงานจากอาชีพอื่น เข้ามาจับธุรกิจนี้มากขึ้นด้วย จนกลายเป็นว่ามีผู้ค้ารายเล็กรายน้อยอยู่เต็มตลาดไปหมด และต่างก็ต้องแข่งขันกันเพื่อให้เข้าถึงลูกค้า

รายย่อยต้องแข่งขันกันอย่างหนัก และมีทุนอย่างจำกัด ในขณะที่รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดแล้ว ก็มีต้นทุนพอที่จะแข่ง จนถึงขั้นที่ว่ายอมขาดทุนเพื่อสู้เลยก็ยังได้

เพราะฉะนั้นคำพูดที่ว่า “ขายของออนไลน์” เป็นเรื่องง่าย กลับไม่ใช่ความจริงเสมอไป

โดยเฉพาะมือใหม่รายเล็กๆ ในตลาด โอกาสอยู่รอดในระยะยาวนั้นยากไม่แพ้ธุรกิจอื่นๆ เช่นกัน

 

ในขณะที่ Amazon เองนั้นเรียกว่ายืนอยู่เหนือการแข่งขันตรงจุดนี้ เพราะพวกเขาเป็นทั้ง “ผู้ค้ารายใหญ่” และยังเป็น “เจ้าของตลาด” อีกด้วย

เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงยังคงกลายเป็นผู้ที่ “ยืนหนึ่ง” ในสถานการณ์ปัจจุบัน และน่าจะยืนต่อไปได้อีกในอนาคต

ที่แม้จะหมดวิกฤติโควิดไปแล้ว แต่การซื้อของออนไลน์ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราทุกคนไปแล้วนั่นเอง…

 

ปี 2020 ถือเป็นปีที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับธุรกิจและการลงทุนในด้านธุรกิจ ผลกระทบจากโควิด-19 นั้นส่งผลอย่างชัดเจน…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

https://www.thejakartapost.com/news/2020/04/15/jeff-bezos-gains-24-billion-while-worlds-rich-reap-bailout-rewards.html

https://www.forbes.com/sites/sergeiklebnikov/2020/04/14/jeff-bezos-gets-63-billion-richer-as-amazon-stock-hits-a-new-record-high/#4f8bd03253b0

https://www.cnbc.com/2020/04/14/amazon-joins-the-exclusive-club-of-stocks-that-are-higher-since-the-coronavirus-rout-began.html

https://ycharts.com/companies/AMZN/market_cap

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...