ถ้าพูดถึงคนรวยที่สุดในยุคนี้.. เราพอจะนึกชื่อใครออกบ้าง!?

คุณคงรู้จัก Jeff Bezos เจ้าของ Amazon ผู้มีทรัพย์สิน 4.5 ล้านล้านบาท

แต่คุณทราบกันหรือไม่ ถ้าย้อนกลับไปประมาณ 100 ปีนั้น

มีชายคนหนึ่ง ที่ได้ชื่อว่ารวยกว่า Jeff Bezos ถึง 3 เท่า

รวยกว่า Bill Gate หรือ Mark Zuckerberg ประมาณ 4 เท่า

และรวยกว่าคุณธนินท์ เจียรวนนท์ มหาเศรษฐีของไทยถึง 14 เท่า!!

ว่ากันว่า เขาคือคนรวยที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เพราะถ้าเทียบค่าเงินปัจจุบัน ทรัพย์สินของเขาจะสูงกว่า 13 ล้านล้านบาท

เราจะพาคุณไปรู้จักกับ “ราชาน้ำมัน” อย่าง “John D. Rockefeller” กันให้มากยิ่งขึ้นครับ..

 

เด็กหนุ่มในครอบครัวพ่อค้าเร่…

John D. Rockefeller เกิดเมื่อปี 1839 ในครอบครัวของพ่อค้าชาวนิวยอร์ก

ด้วยความที่พ่อมีอาชีพค้าขาย เขาจึงได้เรียนรู้ทักษะการค้าและเจรจาต่อรอง แลกกับการที่เขาต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ตามอาชีพของพ่อ

 

จนกระทั่งในวัย 15 ปี หลังจากย้ายมาอยู่ในรัฐโอไฮโอ เขามีโอกาสได้ทำงานจริงๆ จังๆ ครั้งแรก ในบริษัทนายหน้าขายผักและธัญพืช

หลังจากทำไปได้ 3 ปี พ่อหนุ่ม John เลือกที่จะลาออก แล้วมาเปิดบริษัทค้าขายพืชผักเป็นของตัวเอง

นับเป็นโชคดีของ John ที่ประสบการณ์และคอนเนคชั่นจากการทำงาน ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจ จนเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเปิดกิจการได้

ซึ่งจุดนี้นับว่าน่าสนใจมาก เพราะตอนนั้นเขาอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

และหลังจากเปิดบริษัทไปได้แค่ปีเดียว บริษัทก็สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 15 ล้านบาท จนเจ้าหนี้ทั้งหลายอยากจะสนับสนุนให้เขาขยายกิจการต่อไป

และการได้รับความร่วมมืออันดี จากสถาบันการเงินในท้องถิ่นนี้เอง จะทำให้ชีวิตของ John เปลี่ยนไปตลอดกาล

 

จากคนขายผัก สู่การเป็นราชาน้ำมัน

ในปี 1859 ได้มีการค้นพบบ่อน้ำมันแห่งแรกของสหรัฐฯ ในรัฐเพนซิลเวเนีย

ย้อนกลับไปในยุคนั้น แม้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังไม่ทันเกิด แต่คนก็ใช้งานน้ำมันกันในการเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟและแสงสว่าง

มันก็เลยเป็นสินค้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง

ดังนั้น การค้นพบจึงนำไปสู่ “ยุคตื่นน้ำมัน”  มีคนเข้ามาแสวงโชคเพื่อขุดหาน้ำมันในรัฐนี้กันเป็นจำนวนมาก

John เองก็เป็นอีกคนที่สนใจในธุรกิจนี้ แต่หลังจากที่เขาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด เขาก็ตระหนักถึงความเสี่ยงของคนที่ต้องล้มละลายไปเพราะหาน้ำมันไม่ได้

ดังนั้นเขาเลยได้ไอเดียธุรกิจอีกอย่างแทน ด้วยแนวคิดที่ว่า…

“ปล่อยให้คนอื่นรับความเสี่ยงในการหาน้ำมันไป ส่วนเราก็กลั่นน้ำมันที่คนเหล่านั้นหามาได้แทน”

 

เขารออย่างใจเย็นเป็นเวลาเกือบ 4 ปี จนกระทั่งรัฐบาลสร้างทางรถไฟเสร็จเรียบร้อยในปี 1863

ถึงเวลานี้ John วิ่งเข้าหาแหล่งทุนทุกที่ที่มี เพื่อสร้างบริษัทกลั่นน้ำมันของตัวเองขึ้น และสถาบันการเงินก็พร้อมสนับสนุนเด็กหนุ่มคนนี้

การมีต้นทุนนี้ บริษัทจึงสามารถจ้างคนที่มีความรู้ด้วยเงินเดือนสูงได้ ทำให้ธุรกิจกลั่นน้ำมันของเขา สามารถใช้น้ำมันดิบทุกหยดอย่างคุ้มค่ามากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

นอกจากน้ำมัน ยังได้ผลผลิตอย่าง ขี้ผึ้งพาราฟิน น้ำมันดิน และแนพธา ออกมาขายอย่างคุ้มค่า

นั่นทำให้ธุรกิจของเขาได้เปรียบ นำมาซึ่งรายได้และกำไรที่มากกว่าคู่แข่ง

และแทนที่จะใช้เงินไปกับการเสวยสุข เขาเลือกนำกำไรที่ได้ ไปไล่ซื้อกิจการของโรงกลั่นคู่แข่งในพื้นที่มาเป็นของตัวเอง

จนกระทั่งปี  1870 ชายวัย 31 ปีคนนี้ ก็กลายเป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ทุกโรงในรัฐโอไฮโอแล้ว!!

 

Standard Oil บริษัทล้านล้านแรก ในประวัติศาสตร์อเมริกัน

เมื่อ John เป็นเจ้าของโรงกลั่นจำนวนมาก เขาจึงตั้งบริษัท Standard Oil ขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการทั้งหมด

ก่อนที่ตัวเขาและบริษัท จะออกรวบรวมกิจการที่เหลือ ด้วยวิธีการต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการชวนเข้าเป็นหุ้นส่วนแบบสันติ ซึ่งก็มีหลายคนที่เต็มใจขายกิจการให้กับเขา

หรืออาศัยการตัดราคาน้ำมันเ พื่อทำให้คู่แข่งต้องยอมแพ้เข้าร่วมกิจการ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมากในยุคนั้น

ทำให้ในภายในปี 1880 บริษัท Standard Oil ก็กลายเป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันทั้งหมด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

และเป็นผู้กลั่นน้ำมันกว่า 90% ของน้ำมันทั้งหมดในสหรัฐฯ

ซึ่งตามมาด้วยข้อครหาว่า การทำธุรกิจของ Standard Oil นั่นคือการขาดผูกขาด และทำลายการแข่งขันในประเทศตัวเอง

 

ว่ากันว่าตอนยุค 1885 ที่ Standard Oil มาตั้งสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก เป็นจุดสูงสุดในอาชีพของ John D. Rockefeller

เขามีบ่อน้ำมันกว่า 20,000 แห่ง มีท่อส่งน้ำมันยาวกว่า 6,000 กิโลเมตร มีพนักงานกว่า 100,000 คนที่ทำงานให้

และที่สำคัญ Standard Oil กลายเป็นบริษัทแรกในประวัติศาสตร์อเมริกัน ที่มีมูลค่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ (32 ล้านล้านบาท) หากเทียบเป็นค่าเงินปัจจุบัน

ซึ่งนั่นเป็นอิทธิพลของบริษัทที่ใหญ่ระดับ Apple, Microsoft หรือ Amazon เลยทีเดียว

 

การเสื่อมถอยของ Standard Oil

ในช่วงที่ Standard Oil ครองบ่อน้ำมันในสหรัฐอเมริกาอยู่ ภายนอกประเทศก็พบบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ ทั้งในรัสเซียและเอเชีย

บ่อน้ำมันทั้งคู่ ถูกควบคุมดูแลโดยตระกูล Rothschilds แห่งฝรั่งเศส ที่กำลังเริ่มมีอิทธิพล และขยายอำนาจเข้ามาในสหรัฐฯ

นั่นทำให้ Standard Oil ต้องพบคู่แข่งรายใหญ่ ที่มีอำนาจสูสีกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

และอุปสรรคสำคัญก็มาถึง เมื่อรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ อนุมัติกฎหมายป้องกันการผูกขาดทางการค้าในปี 1890

(นี่คือต้นแบบของกฎหมายป้องกันการผูกขาดในยุคปัจจุบัน และบางคนมองว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อจัดการกับ Standard Oil โดยเฉพาะ)

เพราะหลังจากนั้น ทางอัยการของโอไฮโอ รัฐที่เป็นจุดกำเนิดธุรกิจของ John ก็ทำการฟ้องร้อง Standard Oil ด้วยข้อหาผูกขาดทางการค้าทันที

การสืบสวนที่ใช้เวลานับสิบปี จนกระทั่งปี 1911 ทางรัฐบาลก็เอาผิดบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ได้

ชัยชนะของภาครัฐในวันนั้น ส่งผลให้ Standard Oil ต้องแยกบริษัทออกเป็น 34 บริษัท และไม่สามารถมีอำนาจในการผูกขาดทางการค้าได้เหมือนเดิม

 

แต่ถ้าถามว่า.. กระทบกับรายได้ของ John D. Rockefeller มากหรือไม่!?

ก็ตอบว่า… มีบ้าง แต่แทบจะไม่กระทบอะไรมากนัก

ตอนนั้นเขาอายุถึง 72 ปี กำลังอยู่ในช่วงวางมือจากกิจการแล้ว

กิจการที่แยกออกไป มีความสามารถในการผูกขาดน้อยลง บางบริษัทมีกำไรมาก บางบริษัทกำไรน้อย

แต่เขายังคงได้ส่วนแบ่งจากหุ้นในบริษัทน้ำมันเล็กๆ ทั้ง 34 บริษัท ซึ่งภายหลัง ก็สืบทอดกันมาเป็นธุรกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่ในยุคปัจจุบัน เช่น..

Standard Oil of California กลายมาเป็น Chevron ในปี 1984

Standard Oil Company (New Jersey) กลายมาเป็น Exxon ในปี 1972

หรือ Standard of Ohio ที่ตอนนี้ถูก BP บริษัทพลังงานอังกฤษเข้าซื้อไปแล้ว

จะเรียกได้ว่า John คือผู้มีส่วนในการให้กำเนิดบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกยุคนี้ ก็คงไม่ผิดนัก

 

ในปี 1937  John D. Rockefeller เสียชีวิตลงด้วยวัย 97 ปี

แต่แม้จะผ่านมาเป็นเวลากว่าศตวรรษ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถแย่งตำแหน่งคนรวยที่สุดในสหรัฐฯ ไปจากเขาได้

และชื่อของเจ้าแห่งวงการน้ำมันคนนี้ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งในตำนานของวงการธุรกิจ ไปตลอดกาล…

 

ถ้าพูดถึงคนรวยที่สุดในยุคนี้.. เราพอจะนึกชื่อใครออกบ้าง!?คุณคงรู้จัก Jeff Bezos เจ้าของ Amazon ผู้มีทรัพย์สิน 4.5…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2020

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา

www.britannica.com/biography/John-D-Rockefeller

medium.com/bc-digest/how-rockefeller-built-his-trillion-dollar-oil-empire-cb478bce932c

www.history.com/topics/early-20th-century-us/john-d-rockefeller

www.titlemax.com/discovery-center/money-finance/wealthiest-historical-figures-in-todays-dollars/

https://en.wikipedia.org/wiki/John_D._Rockefeller

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...