ถ้าต้องไปซื้อแป้งมาทำหมูชุบแป้งตลอด คุณจะเลือกหยิบแป้งยี่ห้ออะไร!?

เชื่อเลยว่า “โกกิ” คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยรู้จักกันดี และต่างต้องเคยลิ้มลองรสชาติของมันมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต

อะไรคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์โกกิ กลายมาเป็นแบรนด์คู่บ้าน และอยู่คู่ครัวมาถึง 40 ปี เราจะตามไปศึกษากันครับ…

 

เปิดประวัติ “โกกิ” จากในครัวของคุณมาลินี

– ย้อนกลับไปช่วงปี 2521 คุณมาลินีดัดแปลงแป้งสาลีธรรมดา ให้มีรสชาติแปลกใหม่ และนำไปทำอาหารทอดได้อร่อยมากขึ้น จากเริ่มต้นทำกินเอง ต่อมาก็เริ่มแจกแบ่งปันเพื่อนบ้าน

– เมื่อเพื่อนบ้านชอบในรสชาติ ก็เริ่มมีความต้องการมากขึ้น คุณมาลินีเลยตัดสินใจทำแป้งดังกล่าวออกขาย

– ในสมัยแรกสุดนั้น แบ่งขายแบบใส่ถุงพลาสติกใส ใช้เทียนลนปิดปากถุง และแปะกระดาษไว้ที่หน้าถุงเท่านั้นเอง

– เมื่อขายดีมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจครัวเรือนจึงขยายมาเป็นโรงงาน และบริษัทมาลินีฟูดโปรดักส์ ก็ถือกำเนิดขึ้นเพื่อผลิตแป้งขาย

– เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากถุงใส เป็นถุงที่มีมาตรฐานขึ้น พร้อมกับคิดชื่อแบรนด์โกกิ คำว่าโกกิไม่ได้มีความหมายอะไร แต่คุณมาลินีชอบคำนี้ จึงหยิบมาตั้งชื่อแบรนด์นั่นเอง

 

“แป้งโกกิ” เป็นแป้งเทมปุระชุบอาหารทอดเจ้าแรกในไทยสมัยนั้น และแพร่หลายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว จนเป็นเจ้าผู้ครองตลาดในที่สุด

จุดเด่นคือรสชาติที่ต่างไปจากแป้งสาลีธรรมดา และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผักต่างๆ

 

ผู้บริหารในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นทายาทของคุณมาลินี

 

ธุรกิจแป้งโกกิในปัจจุบัน…

เมื่อขยายใหญ่ขึ้น โรงงานย้ายจากย่านจตุจักร มาตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ภายใต้ชื่อบริษัทเอ็มแอนด์อาร์แลบเบอราทอรี่ มีคนงานประมาณ 100 คน

 

แป้งโกกิทำรายได้มากแค่ไหน!?

จากงบกำไรขาดทุนของบริษัทเอ็มแอนด์อาร์แลบเบอราทอรี่ ผู้ผลิตแป้งโกกิ พบว่า

ปี 2558 ทำรายได้ 322 ล้านบาท

ปี 2559 ทำรายได้ 333 ล้านบาท

ปี 2560 ทำรายได้ 342 ล้านบาท

รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 3% ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของประชากร เพราะสินค้าเป็นเจ้าตลาดไปแล้ว การจะโตแบบก้าวกระโดดก็เป็นไปได้ยาก

 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่บริษัททำก็คือการแตกไลน์ออกไปจับสินค้าอื่นๆ ที่ใกล้เคียง ซึ่งช่วงหลังก็จะมีหลายอย่าง ทั้งเกล็ดขนมปังชุบทอด แป้งทอดปรุงรส ผงปรุงอาหาร หรือกระทั่งแป้งแพนเค้กก็ยังมี

การรักษาฐานลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันการขยับขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

 

โกกิ พยายามขยายไปยังผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ

 

แป้งโกกิ ประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้คนติดปากเรียกชื่อแบรนด์ แทนชื่อสินค้าไปแล้ว เหมือนกับอีกหลายๆ ผลิตภัณฑ์ เช่น

ถ้าสิ้นเดือนไม่มีเงิน เราก็มักจะพูดว่าต้อง “กินมาม่าอีกแล้ว”

ชงกาแฟ ใครๆ ก็เรียกหาครีมเทียม “คอฟฟีเมต”

หรือระดับโลกอย่างคนอเมริกัน เวลาหาข้อมูลพวกเขาก็ไม่พูดว่าไปเซิทในเน็ต แต่จะพูดกันว่า “ไปกูเกิลดูสิ” เพราะติดแบรนด์กูเกิลไปแล้ว

เช่นเดียวกับเวลาชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ที่บ้าน แล้วจะทำเมนูชุบแป้งทอด ก็จะต้องพากันออกไปซื้อ “แป้งโกกิ” มาเป็นส่วนประกอบนั่นเอง

 

การทำให้คนจดจำแบรนด์ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณสำเร็จได้ เพราะเมื่อใดที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้ พวกเขาก็จะเลือกแบรนด์คุณเป็นอันดับแรก

ผมเคยเขียนเรื่องสบู่นกแก้ว ที่มีผลสำรวจว่าคนจดจำแบรนด์ได้กว่า 96% เท่ากับเดินไปถาม 100 คน มีถึง 96 คนที่รู้จักแบรนด์คุณ

แล้ววันนี้คุณให้ความสำคัญกับ “แบรนด์” มากแค่ไหน คุณเองเท่านั้นที่จะเป็นคนตอบคำถามนี้ได้นะครับ…

 

ที่มา:

www.gogi-foods.com

http://datawarehouse.dbd.go.th

www.youtube.com/watch?v=ng9QEvX8Qsw

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...