บางธุรกิจดำเนินกิจการได้ 10 ปีก็ว่าเยี่ยมแล้ว ถ้าอยู่ได้ 100 ปี ก็ยิ่งใหญ่เข้าไปอีก..

อย่างบริษัทโคคาโคล่า ของสหรัฐฯ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2435 ในปัจจุบันอายุได้ 128 ปี

หรือหนึ่งในบริษัทเก่าแก่ที่สุดของไทย บี.กริม เพาเวอร์ สืบทอดกันมาตั้งแต่ พ.ศ.2421 ก็มีอายุ 142 ปี

 

แต่เราจะพาคุณไปย้อนเรื่องราวของบริษัทที่ก่อตั้งมาถึง 1,400 ปี ว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน!?

และที่สำคัญก็คือ พวกเขายังคงทำธุรกิจแบบเดียวกับที่ทำในอดีต มาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย..

 

บริษัทคอนโก กุมิช่วงต้นศตวรรษที่ 20

 

คอนโก กุมิ (金剛組) และความเก่าแก่อย่างไม่น่าเชื่อ…

บริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีการบันทึกไว้นั้น มีชื่อว่าบริษัท “คอนโก กุมิ” จำกัด

ย้อนกลับไปในอดีต บริษัทคอนโก กุมิ เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาที่ราชสำนักญี่ปุ่น ต้องการสนับสนุนศาสนาพุทธ นำไปสู่การหาช่างฝีมือมาสร้างวัด

“ชิเกะมิสุ คอนโก” หนุ่มอพยพจากเกาหลี จึงได้รับงานสร้างวัดพุทธแห่งแรกขึ้นในโอซาก้า

ซึ่งก็กลายมาเป็น “วัดชิเทนโนจิ” ที่หลายๆ คนน่าจะเคยไปเที่ยวกันมาแล้ว

ผลงานของคุณคอนโกเรียกได้ว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ทั้งเป็นวัดที่สวยงาม และยังแข็งแรงมาก (ขนาดที่ว่ายังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน)

 

วัดชิเทนโนจิ ในโอซาก้า

 

ดังนั้นคุณคอนโก จึงตัดสินใจเอาดีด้านนี้อย่างจริงจัง ก่อตั้งบริษัทคอนโก กุมิขึ้นในปี พ.ศ. 1121

และอาจจะเป็นทั้งผลงานที่เยี่ยม รวมถึงโชคชะตาที่ดีของเขาด้วย เพราะวัดชิเทนโนจิ มีส่วนทำให้คนในประเทศสนใจในศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น

พอคนอยากสร้างวัดมากขึ้น ได้ช่วยให้บริษัทรับสร้างวัด มีงานให้ทำอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย

นอกจากสร้างวัดแล้ว ยังรวมไปถึงการปรับปรุง ซ่อมแซมวัด และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ในญี่ปุ่น

แม้กระทั่งปราสาทโอซาก้าที่มีชื่อเสียง ก็เป็นผลงานอันภาคภูมิใจของบริษัทคอนโก กุมิ ด้วยเช่นกัน

ตระกูลคอนโกดำเนินธุรกิจเช่นนี้ สืบต่อกันมานานถึง 40 รุ่นด้วยกัน

 

เบื้องหลังความสำเร็จของตระกูล

หลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมบริษัทรับสร้างวัด จึงอยู่มาได้นานขนาดนี้!?

สิ่งที่ทำให้บริษัทคอนโก กุมิ สามารถดำเนินธุรกิจมาได้อย่างยาวนาน วิเคราะห์กันว่ามาจาก 3 ปัจจัยใหญ่ๆ ซึ่งประกอบด้วย…

 

1. ผู้นำที่ดี

ความน่าสนใจก็คือ เนื่องจากพวกเขาเป็นบริษัทจำกัด ที่สืบทอดกิจการกันในครอบครัว โดยมี “ตระกูลคอนโก” เป็นเจ้าของเพียงตระกูลเดียว

แทนที่จะให้ลูกคนโตสืบทอดงานตามปกติเหมือนธุรกิจอื่นๆ บริษัทคอนโก กุมิ จะคัดเลือกผู้สืบทอดจากทายาทที่เหมาะสม โดยไม่สนทั้งอายุและเพศ

ทำให้ผู้นำของบริษัทสามารถเป็นได้ทั้งลูกชาย ลูกสาว หรือแม้แต่ลูกเขย ที่แต่งเข้ามาก็ได้

ขอแค่พวกเขารักในงาน อยากสืบทอดกิจการ และมีความสามารถ ซึ่งนั่นทำให้ผู้นำบริษัท มักมีภาวะผู้นำที่ดีอยู่เสมอ

 

2. สินค้ามีความต้องการอยู่ตลอดเวลา

บริษัทคอนโก กุมิ ทำงานเกี่ยวข้องกับศาสนา ที่มีผู้คนศรัทธานับล้านคน

ตลอดพันปีที่ผ่านมา ความศรัทธานั้นก็ยังคงอยู่ พวกเขาจึงมีงานสร้างวัดอยู่เสมอๆ

พอวัดใหม่ถูกสร้าง วัดเก่าก็ต้องการการปรับปรุง แล้วงบก็จะมาจากทั้งการว่าจ้างของเอกชน การระดมทุนของชุมชน หรือกระทั่งรัฐบาลสนับสนุนเงิน ทำให้มีเงินเข้ามาอยู่ตลอด

ลองคิดดูว่าใครที่ก่อสร้างวัด หรือปรับปรุงวัด ก็ต้องเรียกหา “คอนโก กุมิ” เป็นลำดับแรก

จะเรียกได้ว่าพวกเขาเป็นเจ้าตลาด ในตลาดที่มีลูกค้าคอยใช้บริการอยู่ตลอดก็ไม่ผิดนัก

 

3. ความยืดหยุ่นของบริษัท

บริษัทคอนโก กุมินับว่าเป็นบริษัทที่ผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายมามากที่สุดบริษัทหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นพวกเขาจึงมีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก

ยกตัวอย่างเช่น..

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่พวกเขาแทบไม่มีงานก่อสร้างวัดเลย เพราะนอกจากผู้คนจะยากลำบาก งบทุกอย่างยังต้องทุ่มไปที่สงครามด้วย

ผู้นำบริษัทในตอนนั้นก็ไม่อยู่นิ่ง เมื่อสงครามทำให้คนตายมหาศาล บริษัทก็ผันตัวไปผลิตโลงศพ เพื่อพยุงกิจการไว้

แถมหลังสงคราม พวกเขาก็กลับมารับหน้าที่บูรณะวัดที่ถูกทำลายจากช่วงสงครามได้อีกครั้ง

พอในยุคหลัง บริษัทยังเลือกที่จะเปลี่ยนจากการสร้างวัดด้วยไม้ ไปเป็นคอนกรีต เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ลดความเสี่ยงไฟไหม้ และทำให้บริการพวกเขาน่าสนใจกว่าคู่แข่งอีก

 

 

การตัดสินใจผิดพลาด พลิกชีวิตบริษัท

แม้ว่าบริษัทคอนโก กุมิ จะมีชื่อเสียงทั้งเรื่องความมั่นคง และการปรับตัวก็ตาม แต่พวกเขาก็ต้องพบปัญหาใหญ่จนได้…

เมื่อในช่วงยุค พ.ศ. 2523 เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มเฟื่องฟู บริษัทแห่งนี้เริ่มจับงานด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น

เพื่อขยายกิจการ ทางบริษัทจึงตัดสินใจได้กู้เงินก้อนใหญ่มาเพื่อลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ทั้งที่ตอนนั้นราคามันเป็นฟองสบู่ไปแล้ว

พวกเขากู้เงินมาลงทุน ในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไร

และอย่างที่เรารู้กันว่า เหตุการณ์ฟองสบู่แตกในปี พ.ศ. 2532 เป็นความบอบช้ำเหมือนต้มยำกุ้งที่คนไทยต้องเผชิญ ทำให้หลายกิจการต้องปิดตัวลงไป

 

แม้คอนโก กุมิ ไม่ถึงขั้นต้องปิดบริษัทในตอนนั้น แต่ปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น ดันเข้ามาพร้อมการถดถอยของศาสนาพุทธในญี่ปุ่นพอดีอีก

รายได้ของบริษัทเริ่มลดลงอย่างน่าใจหาย เนื่องจาก 80% ของรายได้บริษัทแห่งนี้ ล้วนแต่มาจากการสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมวัดแทบทั้งสิ้น

 

บริษัทคอนโก กุมิ ต้องล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเวลาเกือบ 20 ปี

เพราะแม้จะมีรายได้ปีละกว่า 2,200 ล้านบาท แต่พวกเขากลับมีหนี้มหาศาล เกินกว่าที่จะจ่ายได้

จนกระทั่งเดือนมกราคม พ.ศ. 2549  เมื่อเห็นท่าว่าจะไปต่อไม่ไหว..

ในที่สุดบริษัทคอนโก กุมิ จึงตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และขายให้กับ “บริษัททากามัตสึ” ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างรายใหญ่ไป

ทำให้บริษัทที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นต่อรุ่น และไม่เคยมีคนนอกตระกูลมาครอบครอง ต้องยุติลงที่อายุ 1,428 ปี

 

แต่… ตำนานพันปีก็ยังคงอยู่ ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง

เพราะถึงแม้ว่า บริษัททากามัตสึ จะกลายเป็นเจ้าของ “คอนโก กุมิ” โดยสมบูรณ์แล้วก็ตาม

แต่ด้วยความเคารพในเกียรติยศของบริษัทที่มีอายุมากที่สุดในญี่ปุ่น

หรืออาจจะเพราะพวกเขาอยากจะให้แบรนด์คอนโก กุมิ ยังคงขายได้ต่อไป

ทางทากามัตสึอนุญาตให้ตระกูลคอนโก คงชื่อเดิมของบริษัทเอาไว้ ไม่จำเป็นต้องยุบ หรือควบรวมเข้ามาเป็นบริษัทเดียวกัน

ทำให้พวกเขาสามารถทำงานภายใต้ชื่อของบริษัทคอนโก กุมิ ได้สืบไปอีกนานแสนนาน…

 

บางธุรกิจดำเนินกิจการได้ 10 ปีก็ว่าเยี่ยมแล้ว ถ้าอยู่ได้ 100 ปี ก็ยิ่งใหญ่เข้าไปอีก..อย่างบริษัทโคคาโคล่า ของสหรัฐฯ…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา

www.kongogumi.co.jp/enkaku.html

www.oldest.org/technology/companies/

www.marumura.com/kongo-gumi

www.ancient-origins.net/history/kongo-gumi-oldest-continuously-operating-company-survives-1400-years-crash-003765

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...