ในยุคปัจจุบัน Instagram คือโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ได้รับความนิยม และสร้างรายได้ให้กับ Facebook มหาศาล

แต่ทราบกันหรือไม่ ว่าย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 8 ปีก่อน

ตอนที่ Facebook ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 30,000 ล้านบาท เข้าซื้อ Instagram แอปที่ยังไม่สามารถทำเงินได้แม้แต่บาทเดียว

ทำให้ Mark Zuckerberg ถูกตั้งข้อสังเกตว่าโง่เขลา ผิดพลาด และทุ่มเงินมหาศาลโดยเปล่าประโยชน์

แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้น.. Instagram กลับกลายเป็นดีลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดครั้งหนึ่งของเขา

เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะย้อนกลับไปไล่เรียงเหตุการณ์นั้นกันอีกครั้งครับ..

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ  Kevin Systrom ร่วมมือกับ Mike Krieger สร้างแอปพลิเคชันสำหรับแบ่งปันรูปถ่ายที่ได้แรงบันดาลใจจาก Foursquare

แต่แทนที่จะเป็นแอปเช็คอินอย่างเดียว แอปมาพร้อมกับมีฟิลเตอร์เก๋ๆ สำหรับแต่งภาพ

ผู้ใช้งานสามารถใส่แท็ก และระบุโลเคชั่นของภาพถ่ายนั้น เพื่ออวดให้กับผู้ติดตามของตนบนโลกออนไลน์

ในขณะที่คนอื่นๆ ก็สามารถเลือกดูภาพของคนที่ชื่นชอบ แท็กที่ติดตาม หรือดูภาพจากสถานที่ต่างๆ ได้

ความแปลกใหม่นี้ ทำให้ Instagram ที่ปล่อยออกมา ฮิตมาตั้งแต่ช่วงแรก ภายในเวลา 2 เดือน มีผู้ใช้งานลงทะเบียนมากกว่า 1 ล้านคน

และภายในปีเดียวหลังเปิดตัว ก็มีผู้ใช้งานแตะระดับ 10 ล้านคนแล้ว!!

 

แต่ตรงข้ามกับความโด่งดังและจำนวนผู้ใช้ Instagram ที่เติบโตเร็วเกินไป กลับเจอปัญหาด้านค่าใช้จ่าย ทั้งดูแลพนักงาน ทั้งดูแลเซิฟเวอร์

เนื่องจากพวกเขายังไม่มีรายได้ใดๆ จากผู้ใช้ แถมยังขาดทุนไปแล้วเกือบ 100 ล้านบาท

เป็นธรรมดาของสตาร์ทอัปที่ขาดทุนอยู่ตลอด และจำเป็นต้องดิ้นรนหาเงินจากนักลงทุน มาทำให้ธุรกิจพัฒนาต่อไปได้

 

ด้วยความโด่งดังของ Instagram ก็ช่วยดึงดูดนักลงทุนหลายราย

โดยเฉพาะในปี 2011 พวกเขาได้รับการติดต่อจาก Twitter เสนอเงินสูงถึง 16,000 ล้านบาท เพื่อซื้อ Instagram ไปอยู่ด้วย

แต่แทนที่จะขายบริษัทไปเลย Mike กลับมองว่าแอปของพวกเขา น่าจะมีมูลค่ามากกว่านั้น

ในขณะที่ Twitter ไม่พร้อมจะจ่ายเงินที่มากกว่าข้อเสนอเดิม ในที่สุดดีลดังกล่าวก็ล้มเหลว

และก็เป็น Mark Zuckerberg ที่ก้าวเข้ามาในปี 2012 พร้อมกับยอมควักเงิน 31,000 ล้านบาท ดูด Instagram เข้ามาอยู่ภายใต้เงา Facebook

 

มูลค่าที่ Mark ให้ Instagram นั้นสูงกว่าที่ Twitter  ให้ไว้เกือบ 2 เท่า!!

ซึ่งสำหรับนักวิเคราะห์หลายๆ คนแล้ว มันเป็นเงินที่มากเกินไป..

Instagram เพิ่งเปิดมาได้ 2 ปีเท่านั้น มีพนักงานแค่ 13 คน มีคนใช้งานราว 100 ล้านคน และยังไม่มีรายได้อะไรเลย

 

แต่ Mark ไม่ได้คิดอย่างนั้น สิ่งที่สำคัญมากกว่ารายได้ก็คือ.. การขยายเครือข่ายของ Facebook ให้กว้างขวางขึ้น

และที่สำคัญก็คือ “กำจัดคู่แข่งรายใหม่” ที่กำลังพุ่งแรง

ถ้าปล่อยเอาไว้อีกนาน หรือหากให้บริษัทอื่นได้ไป จะเป็นอุปสรรคต่อ Facebook ในอนาคตแน่ๆ

ที่สำคัญ เขายอมรับในความสามารถของ Mike และ Kevin ถึงขนาดที่ปล่อยให้ Instagram พัฒนาแอปไปได้อย่างค่อนข้างอิสระ

ส่วน Facebook จะคอยเข้ามาจัดการในเรื่องการสร้างเครือข่ายโฆษณา และตั้งเป้าที่จะทำให้ Instagram สร้างรายได้มาลบคำสบประมาท

 

และการตัดสินใจที่หลายๆ คนมองว่าผิดในเวลานั้น ก็ได้รับการพิสูจน์ว่า นั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง!!

เพราะ นับตั้งแต่ที่ถูก Facebook ซื้อไป Instagram ก็เติบโตขึ้นด้วยอัตราก้าวกระโดด

จากผู้ใช้งาน 100 ล้านคน ในปัจจุบัน Instagram มีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านคนต่อเดือน

ในขณะที่ทั้ง Facebook มีผู้ใช้งานอยู่ที่ราวๆ  2,600 ล้านคนต่อเดือน

WhatsApp และ Messenger ก็มีผู้ใช้งานรวมอีก 3,000 ล้านคน

เท่ากับว่าตอนนี้กลุ่มบริษัท Facebook ก็ครองโลกโซเชียลโดยสมบูรณ์

 

ส่วนในด้านรายได้น่ะเหรอ..!?

พวกเขาประสบความสำเร็จในการเพิ่มรายได้จาก 0 ในตอนที่เข้าซื้อ ไปเป็น 8,700 ล้านบาท ในปี 2015

ก่อนที่ตัวเลขนี้จะพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 110,000 ล้านบาทในปี 2017

และกลายเป็น 440,000 ล้านบาทในปี 2019 ที่ผ่านมา

เมื่อเทียบกับรายได้ของบริษัททั้งหมด 2.2 ล้านล้านบาท เท่ากับว่า Instagram สร้างรายได้ถึง 20%

มันได้กลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอีกอย่างของกลุ่มบริษัท Facebook เป็นที่เรียบร้อย

 

จะบอกว่าเป็นทั้งวิสัยทัศน์ที่ดี และการมองการณ์ไกลของ Mark Zuckerberg เลยก็ว่าได้

ทำให้จากดีลที่เขาถูกมองว่า “โง่เง่า” ในวันนั้น..

กลายมาเป็นหนึ่งในดีลที่ “ฉลาดที่สุด” ของโลกธุรกิจในวันนี้ได้สำเร็จ!!

 

https://www.facebook.com/BillionMindsetPage/posts/998547177253689?__tn__=-R

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา

www.investopedia.com/articles/personal-finance/030915/how-instagram-makes-money.asp

www.youtube.com/watch?v=Z2oh1LH45c8

influencermarketinghub.com/the-rise-of-influencer-marketing-on-instagram/

www.businessinsider.com/instagram-zuckerbergs-biggest-win-so-far-2016-1

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...