Mark Zuckerberg ในวัย 33 ปี เป็นเจ้าของบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการประเมินว่า Facebook นั้นมีมูลค่าตลาดมากถึง 565,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16 ล้านล้านบาท)

นอกจากนั้น ทางเว็บไซต์  Glassdoor ซึ่งจัดอันดับบริษัทน่าทำงานด้วย ยังยกให้ Facebook  เป็นบริษัทน่าทำงานมากที่สุดของปีล่าสุด ย่อมมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าการเป็นแค่บริษัทธรรมดาๆ แน่

เราจะตามไปดูกันว่า ในแต่ละวันของซีอีโอคนดังนี้ เขาบริหารทั้งชีวิตตัวเองและบริษัทอย่างไร จนได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุด…

 

ทุกๆ วัน เขาจะตื่นนอนเวลาประมาณ 8 โมงเช้า แล้วทำงานเช็คโทรศัพท์มือถือเป็นอย่างแรก ทั้งโปรแกรม Messenger, Facebook หรือกระทั่ง WhatsApp ว่ามีข้อความอะไรหรือไม่

 

หลังจากนั้นเขาจะใช้เวลา 3 วันต่อสัปดาห์ในการออกกำลังกายตอนเช้า

 

เขาเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องที่ต้องตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น การเลือกใส่เสื้อ ที่เรามักจะเห็นเขาใส่เสื้อยืดสีเดิมๆ ตลอด รวมถึงอาหารเช้าด้วยเช่นกัน เขาก็กินตามความรู้สึกอยากกินวันนั้น หรือกินอะไรที่พอจะหาได้ตอนนั้นด้วย

“ผมอยากจะเคลียร์ชีวิต ที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุกๆ เรื่อง ยกเว้นเรื่องที่ว่าผมจะรับใช้สังคม (และบริษัท) ของผมได้ยังไง” เขากล่าวเอาไว้

 

นี่คือบ้านของเขาใน Palo Alto ซึ่งได้ติดตั้งระบบบ้านอัจฉริยะ ที่สักวันเขาหวังว่ามันจะสมบูรณ์และมีใช้งานอย่างแพร่หลาย

 

เขาทำงานประมาณ 50-60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยกล่าวว่า “ผมใช้เวลาเกือบทั้งหมดในการคิดเกี่ยวกับวิธีที่จะเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน และทำให้สังคมดีขึ้น แต่เวลาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศ ประชุม หรือทำอะไรที่พวกคุณเรียกกันว่า “งานจริงๆ” หรอกนะ

 

นอกจากพนักงานนับพันแล้ว รู้หรือไม่ว่า Mark ต้องมีทีมงาน 12 คน เพื่อจัดการหน้าเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเอง ทั้งการช่วยเรียบเรียงเนื้อหา โพสต์ รวมถึงการจัดการข้อความและคอมเมนท์ต่างๆ

 

นอกเหนือจากการทำงาน เขายังพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น การหัดเรียนภาษาจีน หรืออ่านหนังสือมากขึ้น ย้อนกลับไปในปี 2015 เขาเคยตั้งเป้าว่าต้องอ่านหนังสือให้จบ 1 เล่มทุกๆ 2 สัปดาห์ด้วย

 

นอกเหนือไปจากนั้น ตารางชีวิตของเขาก็คือ การเดินทางไปพบปะกับคนสำคัญของโลก เช่น Pope Francis, Barack Obama หรือกระทั่งเพื่อนของเขาอย่าง Vin Diesel

 

นอกจากนี้ ยังใช้เวลากับภรรยาของเขา Priscilla Chan รวมถึงลูกสาว Max ซึ่งตอนที่ลูกสาวคลอดใหม่ๆ นั้น เขาถึงขั้นลางาน 2 เดือนจากบริษัท เพื่อมาช่วยดูแลลูกเลยทีเดียว

 

เขาพยายามมุ่งเน้นไปที่การจัดการชีวิตตนเองให้ดีที่สุด และใช้เวลาคิดสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองพนักงานในบริษัทให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้บริษัทของเขาได้ชื่อว่าน่าทำงานมากที่สุด

 

ตอนหน้าเราจะพาไปพบกับบรรยากาศภายในออฟฟิศของ Facebook ว่าจะเป็นอย่างไรและน่าทำงานแค่ไหน รอติดตามกันได้เลยครับ…

 

ที่มา: ycharts.com, www.businessinsider.com,

แสดงความคิดเห็น...