แถวบ้านของคุณ มีสาขาของ “เมืองไทย แคปปิตอล” ตั้งอยู่ใกล้ๆ รึเปล่าครับ!?

เพราะนี่คือหนึ่งในสินเชื่อยักษ์ใหญ่ มีสาขาไปทั่วประเทศ และมูลค่ากิจการมากกว่า 100,000 ล้านบาท

แต่ทราบกันหรือไม่ว่า กว่าที่จะมาเป็นบริษัทใหญ่ในตลาดหุ้นแบบทุกวันนี้

นี่คือธุรกิจเล็กๆ ที่มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดสุโขทัย!? และมาจากสองสามีภรรยาที่มองเห็นโอกาสดีๆ ก่อนใคร!?

ในวันนี้เราจะไปทำความรู้จักเรื่องราวดังกล่าว กันให้มากยิ่งขึ้น..

 

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2535 ธุรกิจเริ่มต้นด้วยสองสามีภรรยา คุณชูชาติ เพ็ชรอำไพ และคุณดาวนภา เพ็ชรอำไพ

ทั้งสองคนเป็นคนจังหวัดสุโขทัยโดยกำเนิด แต่ไปเรียนต่อที่ต่างจังหวัด

ก่อนที่โชคชะตาจะพาทั้งคู่ให้กลับมาพบกัน ระหว่างทำงานกับธนาคารกสิกรไทยในตัวเมืองบ้านเกิด

ทีแรกคุณชูชาติอยากจะทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่คุณดาวนภา มีความเห็นแย้ง แล้วนำเสนออีกธุรกิจที่น่าจะเหมาะสมกว่า

เมื่อคิดเห็นตรงกัน จึงตั้งบริษัท ดี.เอส. ลีสซิ่ง ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ทั้งมือหนึ่งมือสอง ผ่านตัวแทนในแถบภาคเหนือตอนล่าง

รวมไปถึงการรับซื้อบัญชีลูกหนี้ จากสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์มาบริหารต่อ

ด้วยลักษณะของกิจการที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนรถ ต่อมาบริษัทก็ขยายกิจการ ไปยังการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

 

เมื่อธุรกิจไปได้ด้วยดี ในปี 2544 ทั้งคู่เลยตัดสินใจลาออกจากธนาคารกสิกรไทย เพื่อทุ่มทำธุรกิจแบบเต็มตัว

เริ่มจากการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด

แล้วก็ตัดสินใจยกเลิกสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ที่เริ่มมีคู่แข่งเยอะขึ้น

ขยายกิจการไปยังสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ สินเชื่อบุคคล รวมไปถึงสินเชื่อรถเพื่อการเกษตร

จนกระทั่งในปี 2551 เมื่อธุรกิจไปได้ดี ก็ตัดสินใจย้ายสำนักงานใหญ่จากสุโขทัย มาอยู่ที่กรุงเทพฯ

พร้อมๆ กับการขยายสาขาไปทั่วประเทศ ทั้งภาคอีสาน มีขอนแก่นเป็นศูนย์หลัก ภาคตะวันออก ก็มีชลบุรีเป็นสาขาหลัก

 

จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหนึ่ง มาถึงในปี 2557 เมื่อเมืองไทยลีสซิ่ง ตัดสินใจเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น

โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อนำเงินไปลดหนี้สิน และขยายสาขาเพิ่มเติม จากที่ตอนนั้นมีเพียง 450 สาขา

ปรากฏว่าตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงตอนนี้ บริษัทมีสาขาทั่วประเทศกว่า 3,200 สาขา มากกว่าเป้าที่ตั้งเอาไว้ในตอนนั้นอีกด้วย

ในขณะที่ราคาหุ้น ก็กลายเป็นข่าวดัง ตั้งแต่ซื้อขายหุ้นวันแรก

จากราคา IPO 5.50 บาท เปิดตลาดซื้อขายที่ราวๆ 9.60 บาท เพิ่มขึ้นถึง 74%

ก่อนจะไปปิดตลาดวันแรกที่ 11.90 บาท มากกว่าราคาจองซื้อหุ้นถึง 116% อีกด้วย และก็พุ่งขึ้นมาตลอดตั้งแต่ตอนนั้น

 

จนกระทั่งในปี 2561 บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง กลายเป็น บริษัทเมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

ซึ่งเราลองย้อนกลับไปดูการเติบโตทั้งในด้านรายได้และกำไร ในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังคงเติบโตอย่างน่าสนใจในทุกๆ ปี

ในปี 2560 มีรายได้ประมาณ 7,400 ล้านบาท ทำกำไรประมาณ 2,500 ล้านบาท

ในปี 2561 มีรายได้ประมาณ 10,400 ล้านบาท ทำกำไรประมาณ 3,700 ล้านบาท

ในปี 2562 มีรายได้ประมาณ 12,600 ล้านบาท ทำกำไรประมาณ 4,200 ล้านบาท

รายได้และกำไรนั้น เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% แม้จะพบว่าช่วงหลังยังชะลอตัวลงไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของบริษัทเมืองไทย แคปปิตอล จากตอน IPO ที่ประมาณ 5.50 บาท พุ่งขึ้นมาเกือบสิบเท่า มาเป็น 51 บาทในปัจจุบัน

ทำให้ทรัพย์สินของสองผู้ก่อตั้ง คุณชูชาติ และคุณดาวนภา เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลตามไปด้วย

จนกระทั่งในปีล่าสุด ฟอร์บส์จัดอันดับให้ทั้งคู่เป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 10 ของประเทศไทย  ด้วยมูลค่าทรัพย์สินถึง 86,600 ล้านบาท

 

สุดท้าย.. มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การเติบโตของทั้งผลกำไร และการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น มาสะดุดอย่างรุนแรงในวิกฤติโควิด-19

จึงต้องมาติดตามดูกันว่า บริษัทสินเชื่อในยุคหลังจากวิกฤติโควิด-19 นั้น จะเป็นอย่างไรต่อไป!?

และ MTC จะสามารถรักษาระดับกำไร รวมทั้งสามารถขยายไปได้อีกมากน้อยแค่ไหน!?

 

แต่อย่างน้อยตลอดเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา สองสามีภรรยาชาวสุโขทัย ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถ และความกล้าที่จะลงมือทำ

จนสามารถสร้างกิจการจากธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ กลายมาเป็นบริษัทสินเชื่อยักษ์ใหญ่อีกแห่งหนึ่งของประเทศ

และผลักดันให้ทั้งคู่ กลายเป็นเศรษฐีติดท็อปเทนของไทย ได้ในท้ายที่สุดอีกด้วย..

 

แถวบ้านของคุณ มีสาขาของ "เมืองไทย แคปปิตอล" ตั้งอยู่ใกล้ๆ รึเปล่าครับ!? เพราะนี่คือหนึ่งในสินเชื่อยักษ์ใหญ่…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา

forbesthailand.com/forbes_lists/ชูชาติ-เพ็ชรอำไพ-และ-ดาว

investor.muangthaicap.com/th/corporate-information/companys-history

https://www.set.or.th/set/companyprofile.do?symbol=MTC&language=th&country=TH

https://www.epahamalao.com/

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...