“Nokia ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย.. แต่สุดท้าย เราก็กลายเป็นผู้แพ้”

 

ในปี 2005 นั้น Nokia 1100 สร้างประวัติศาสตร์เป็นโทรศัพท์มือถือที่มียอดจำหน่ายต่อปีสูงสุดทั่วโลก มากถึง 250 ล้านเครื่อง

นั่นเรียกได้ว่าเป็น “ยุคทอง” ของบริษัทอย่างแท้จริง

แต่กลับกัน ในปี 2013 บริษัท Nokia ถูกขายให้กับ Microsoft

ถัดมาอีกไม่ถึงปี มีข่าวการปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 18,000 คน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า นี่คือจุดสิ้นสุดของแบรนด์มือถือยักษ์ใหญ่รายนี้แล้ว…

อะไรทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่จากฟินแลนด์ ที่สร้างยอดขายมากที่สุดในโลก กลายเป็นหนึ่งในยักษ์ผู้ปรับตัวไม่ทันแล้วค่อยๆ ล้มลงอย่างน่าใจหาย

ทั้งที่…

– Nokia ครอบครองมือถือทุกตลาด ตั้งแต่ระดับบนสุดของคนรวย จนกระทั่งระดับรากหญ้า

– Nokia เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ทำมิือถือจอสัมผัส Nokia 7710 ออกมาวางขายก่อน iPhone ตัวแรกตั้ง 3 ปี

– Nokia ยังขายแบรนด์ได้เสมอ แม้จะมาเปิดตัว 3310 เวอร์ชั่นใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังมีคนติดตามข่าวอย่างล้นหลาม

เกิดอะไรขึ้นกับ Nokia กันแน่!?

 

Nokia 1100 โทรศัพท์มือถือในตำนาน

 

เมื่อปี 2007 ทางค่าย Apple เปิดตัว iPhone ที่สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลก

ขณะที่ Google ก็ไม่น้อยหน้า เปิดตัว Android รุ่นแรกมาในปี 2008

Nokia ยังคงภาคภูมิใจกับ Symbian ที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมา โดยที่ไม่เข้าใจเลยว่าขั้วอำนาจของมือถือกำลังจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง

 

ในปี 2010 นั้น iPhone โด่งดังสุดขีดกับ iPhone 3Gs

ขณะที่ทางฝั่ง Android แม้จะยังไม่มีมือถือของ Google ออกมาได้รับความนิยมแพร่หลาย แต่ค่าย Samsung ก็มีเรือธงอย่าง Galaxy S1 มาเป็นหัวหอกรบให้ฝั่งนี้แทน

มือถือหลายๆ ค่ายหันมาใช้ระบบปฏิบัติการ Android กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น LG, Motorola หรือกระทั่ง Sony

ในขณะที่ Nokia นั้นยังคงดื้อดึงกับ Symbian หวังว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการหลักของคนยุคนี้

นั่นทำให้ Nokia N8 ออกมาในช่วงเวลาที่พวกเขาไม่สามารถขายอะไรได้

เมื่อคนมีทางเลือกอยู่ที่ iPhone vs Android ไปซะแล้ว…

 

 

Nokia ที่ไม่สามารถขายระบบปฏิบัติการของตัวเองได้อีกแล้ว ต้องเลือกว่าพวกเขาจะทำตัวเหมือนค่ายอื่นๆ ที่มุ่งไปหา Android หรือไม่… แต่คำตอบของพวกเขาคือ ไม่!!

ทางค่ายมองไปยังระบบปฏิบัติการ Windows Phone ที่มียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft หนุนหลังอยู่ พวกเขาจับมือกันพัฒนาโทรศัพท์มือถือ

แต่.. Nokia และ Microsoft ต่างไม่รู้เลยว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีตอนนั้น

และดูเหมือนว่า Windows Phone จะออกมาทำตลาดได้ช้าเกินไป

 

ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีและสเปคเครื่อง ที่เปิดมาช้ากว่าคู่แข่งค่ายอื่นๆ ไปก้าวหนึ่ง

รวมถึงระบบปฏิบัติการที่ไม่มีแอปพลิเคชั่นรองรับมากเท่าฝั่ง Android ที่แอปเดียวก็สามารถใช้ได้บนมือถือเกือบทุกค่ายที่เป็น Android นั่นเอง

 

ในปี 2013 สุดท้ายแล้ว Nokia ตัดสินใจขายกิจการโทรศัพท์มือถือทั้งหมดให้กับ Microsoft ปิดตำนานค่ายมือถือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดค่ายหนึ่ง

Stephen Elop ผู้บริหารกล่าวปิดท้ายไว้ในงานแถลงข่าวว่า “เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สุดท้ายแล้ว.. เรากลับเป็นผู้แพ้”

แท้จริงแล้ว Nokia อาจจะผิดมาตลอด โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวว่ากำลังผิด พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังวิ่งไม่ทันตลาด

หรือพวกเขาอาจจะวิ่งแล้ว แต่ตลาดมันวิ่งเร็วเกินไปกว่าที่พวกเขาคิดเสียอีก…

– ถ้า Apple และ Google สองผู้นำด้านเทคโนโลยี ไม่กระโดดลงมาเล่นตลาดโทรศัพท์มือถือ จนตลาดนั้นเปลี่ยนเข้าสู่ยุคใหม่

– ถ้า Nokia ตัดสินใจทำมือถือ Android ตั้งแต่ในยุคที่หลายๆ ค่ายเริ่มหันมาทำ พวกเขาจะทำได้ดียิ่งกว่า Samsung หรือไม่!?

คำถามเหล่านี้คงเป็นเพียงคำถามที่ไร้คำตอบ เพราะไม่มีใครย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้

แต่มันก็เป็นประสบการณ์อันดีให้เจ้าของธุรกิจหลายเจ้าได้ตระหนักคิด ว่าเทคโนโลยีนั้นส่งผลต่อธุรกิจของเราได้มากเพียงใด

 

อย่างน้อยก็มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้

ยังไม่มีมือถือใดที่สามารถขายได้เกิน 250 ล้านเครื่องในปีเดียว เหมือนอย่างเช่น Nokia 1100 เคยทำได้เลย…

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

แสดงความคิดเห็น...