เคยได้ยินโฆษณา “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ” รึเปล่าครับ??

ถ้าจะบอกว่า “ศรีสวัสดิ์” กับ “เงินติดล้อ” ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวกัน หลายคนก็อาจจะทำหน้างงๆ

เรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปชวนให้ติดตามมากทีเดียว

ลองย้อนอดีตกลับไปศึกษากรณีนี้ด้วยกันกันครับ…

 

เปิดตำนานศรีสวัสดิ์

ย้อนไปในปี 1979 บริษัท ศรีสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์

เพราะเมื่อเกือบ 40 ปีก่อนนั้น ชาวบ้านในต่างจังหวัดจะเข้าถึงแหล่งเงินยาก

เพราะฉะนั้นวิธีที่จะหาเงินก็คือ เอารถมาจำนำเพื่อเอาเงินไปใช้จ่ายในกรณีต่างๆ

บริษัทมองเห็นช่องว่างตรงนี้ แล้วก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในท้องถิ่น

 

จนกระทั่งในปี 1991 กิจการของศรีสวัสดิ์ยังคงเติบโตได้อย่างดี พร้อมกับการขยายตัวของเศรษกิจไทยในช่วงนั้น

สามารถขยายจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศได้มากถึง 130 สาขา

และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ศรีสวัสดิ์อินเตอร์เนชั่นแนล (1991)

 

ต่อมาในปี 2007 บริษัทระดับโลกอย่าง AIG ให้ความสนใจ แล้วก็เข้าซื้อกิจการของศรีสวัสดิ์

แต่เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง AIG ก็ได้รับผลกระทบอย่างสาหัสมาก

นั่นทำให้บริษัทต้องตัดสินใจขายกิจการหลายๆ อย่างทิ้งไป และบริษัทสินเชื่อของไทยนี้ก็เช่นกัน

 

ในปี 2009 ทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซื้อกิจการมาบริหารงานเอง

หลังจากซื้อมาแล้ว ก็ทำการโปรโมตธุรกิจภายใต้แบรนด์ “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ”

โดยการทำโฆษณาต่างๆ มากมาย เน้นให้คนเห็นว่าการเอารถมาแลกเป็นเงินนั้นสะดวก ได้เงินเร็ว และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

จนกระทั่งแบรนด์นี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

แต่… ย้อนกลับไปเล็กน้อยตอนปี 2008

หลังจากที่ขายกิจการให้กับ AIG แล้ว กลุ่มผู้ก่อตั้งเดิมของศรีสวัสดิ์ ก็มาทำกิจการคล้ายรูปแบบเดิม

ก่อตั้งเป็นบริษัท พีวีแอนด์เคเคเซอร์วิส จำกัด ให้บริการสินเชื่อรถทุกชนิด

บริษัทดังกล่าวก็เติบโตได้อย่างรวดเร็วภายใต้แบรนด์ “ศรีสวัสดิ์”

จนกระทั่งสามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นไทยได้สำเร็จในปี 2014

 

เข้าตลาดราคา 10 บาท ตอนนี้ประมาณ 47 บาท

 

เกิดความขัดแย้งในเชิงธุรกิจ

ทางฝ่ายของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองว่าบริษัทตนเองทุ่มงบทำโฆษณาโปรโมต “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ” จนคนติดใจชื่อแบรนด์

แต่นั่นทำให้ “ศรีสวัสดิ์” ได้รับผลประโยชน์ตามไปด้วย และลูกค้าอาจจะเกิดความสับสนขึ้นได้

เพราะเป็นรูปแบบของธุรกิจแนวเดียวกัน แถมยังมีชื่อคล้ายกันมากอีก

ขณะที่อีกฝ่ายก็ยืนยันว่าทำธุรกิจด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ใช้ชื่อเลียนแบบให้เกิดความสับสนแต่อย่างใด

 

เมื่อความเห็นไม่ลงรอย ก็นำไปสู่การฟ้องร้อง

ฝ่าย “เงินติดล้อ” ก็ยื่นฟ้องศาลในเรื่องของการใช้ชื่อและโลโก้ที่อาจจะก่อให้เกิดความสับสน

แต่สุดท้ายในปี 2017 ที่ผ่านมา ศาลตัดสินยกฟ้อง และให้ทาง “ศรีสวัสดิ์” สามารถใช้ชื่อนั้นต่อไปได้

 

ทำให้ทางฝ่ายของทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา รีแบรนด์ใหม่ เปลี่ยนชื่อมาใช้คำว่า “เงินติดล้อ” ในที่สุด

ถึงขั้นทำโลโก้ซึ่งเป็นคำว่า “เงินติดล้อ” แล้วกากบาทคำว่า “ศรีสวัสดิ์” ตรงมุมออกไปให้เห็นกันซึ่งๆ หน้า

 

โลโก้เงินติดล้อในแต่ละปีที่ผ่านมา

 

รายได้ของทั้ง 2 บริษัทเป็นอย่างไรบ้าง??

เริ่มจากทางบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

มีรายได้ย้อนหลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และสามารถทำกำไรได้ทุกปี

ปี 2015 รายได้ประมาณ 3,776 ล้านบาท กำไร 1,336 ล้านบาท

ปี 2016 รายได้ประมาณ 5,335 ล้านบาท กำไร 2,004 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ประมาณ 6,998 ล้านบาท กำไร 2,666 ล้านบาท

รายได้โตขึ้นปีละประมาณ 36% กำไรโตขึ้นปีละประมาณ 41% ถือว่าเติบโตดีมาก

 

ส่วนทางด้านบริษัท เงินติดล้อ จำกัด แจ้งรายได้ต่อกระทรวงพาณิชย์ไว้ว่า

ปี 2015 รายได้ประมาณ 3,731 ล้านบาท กำไร 632 ล้านบาท

ปี 2016 รายได้ประมาณ 4,537 ล้านบาท กำไร 869 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ประมาณ 5,801 ล้านบาท กำไร 1,247 ล้านบาท

ทางฝั่งนี้ก็มีการเติบโตขึ้นทุกปี

เฉลี่ยรายได้โต 24% ส่วนกำไรโตปีละประมาณ 40%

 

เว็บไซต์ของทางด้านเงินติดล้อ

.

เว็บไซต์ของศรีสวัสดิ์ (เงินสด ทันใจ)

 

เมื่อเทียบทั้ง 2 บริษัท จะเห็นว่าแม้ตอนนี้ “ศรีสวัสดิ์” จะนำอยู่ แต่ “เงินติดล้อ” ก็โตแรงไม่แพ้กัน

ขณะที่สัดส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้นั้น ดูเหมือน “ศรีสวัสดิ์” จะทำในด้านนี้ได้ดีกว่า

ส่วนทางด้าน “เงินติดล้อ” ก็ดูจะเน้นด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่ได้เปรียบกว่า และมีบริษัทใหญ่อย่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาหนุนหลังอยู่

 

เกมการแข่งขันในด้านธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ระหว่าง 2 เจ้าใหญ่นี้ จึงเป็นเรื่องน่าจับตามองอย่างมาก

ในอนาคตระหว่าง “ศรีสวัสดิ์” และ “เงินติดล้อ” ใครจะเป็นผู้กำชัยชนะได้ในที่สุด?? คงจะมีเพียงเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

แต่ทำให้เราได้ทราบอย่างหนึ่งว่า การเติบโตด้าน “รายได้และกำไร” ของธุรกิจประเภทนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ดูจะเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว….

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

 

ที่มา:

www.ngerntidlor.com/th/Home.html

www.meebaanmeerod.com/home

marketeeronline.co/archives/76293

www.moneyandbanking.co.th

www.thairath.co.th/content/943340

http://datawarehouse.dbd.go.th/bdw/est/details4.html?jpNo=0105549126493

www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=SAWAD

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...