คนไทยคงจะคุ้นเคยกับ “ซอสพริกศรีราชา” กันเป็นอย่างดี และคนที่มีโอกาสได้ไปเยือนสหรัฐอเมริกา ก็คงจะต้องผ่านตา “ซอสพริกศรีราชา ตราไก่” ด้วยเช่นกัน

เพราะซอสศรีราชา เป็นซอสสุดฮิตอันดับ 2 ของชาวอเมริกัน แบบนี้คนไทยคงอดภาคภูมิใจไม่ได้

แต่… ซอสศรีราชาดังกล่าว กลับเป็นของชาวเวียดนาม ผลิตในอเมริกัน และเขาบอกว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไทยเลย(เหรอ!?)

วันนี้เพจแนวคิดพันล้าน จะเรียบเรียงเรื่องราวดังกล่าวมาเล่าให้ฟังครับ…

 

– David Tran ชาวเวียดนาม อพยพไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 1979

– หลังจากนั้นในปี 1983 เขาและครอบครัวทำซอสพริกศรีราชาออกมาวางขายในละแวกบ้าน เป็นธุรกิจเล็กๆ

– โลโก้ตราไก่ มาจากปีเกิดของซึ่งเป็นปีไก่ (นับแบบเวียดนาม) ส่วนแบรนด์ Sriracha ตอนแรกเขาบอกว่ามาจากข้อความบนเรือที่เขาอพยพมาอเมริกา

– ภายหลังเขาบอกอีกว่านำมาจากตอนผ่านประเทศไทย และชอบความดงามของทะเล อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำมาตั้งชื่อซอส

 

เนื่องจากไม่มีข้อมูลบันทึกที่มาของซอสแบบชัดเจน จุดนี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวกับเมืองไทย และสูตรซอสพริกศรีราชาหรือไม่!?

 

– ซอสพริกศรีราชา ตราศรีราชาพานิช เริ่มผลิตมาจำหน่ายตั้งแต่ยุค 1950

– หลังวางขาย ก็มีคนติดใจกันอย่างมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีการเล่าต่อกันว่าทหารที่มารบในสงครามเวียดนาม เป็นคนนำไปเผยแพร่ในเวียดนาม เพราะเอาไปกินกับเฝอก็อร่อย

– ช่วงนี้คุณ David Tran อพยพไปนั้นเกิดขึ้นหลังจบสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะรู้จักยี่ห้อซอสนี้อยู่แล้ว

– มีการคาดการณ์ว่าซอสพริกศรีราชาในอเมริกา คือการพยายามผลิตเลียนแบบซอสพริกศรีราชาของไทย ที่เขาอาจจะเคยได้ลิ้มลองในเวียดนาม

– แต่พออพยพไปอเมริกาเขาหาซอสแบบนี้กินไม่ได้ จึงลองทำขึ้นมาด้วยการใช้พริกจาลาปิโน่ น้ำตาล เกลือ กระเทียม และน้ำส้มสายชู ซึ่งจะให้รสชาติที่ต่างออกไปหน่อย

 

– อย่างไรก็ตามลูกค้าไม่ได้สนใจหรอกว่าสูตรมาจากไหน และซอสพริกศรีราชาสูตรดังกล่าว กลายมาเป็นสินค้าหลักของบริษัท Huy Fong Foods ที่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

– และสินค้านี้ก็เป็นแบรนด์ของชาวอเมริกัน โดยคนอพยพที่มีชื่อสายเวียดนาม ซึ่งก็กลายเป็นพลเมืองอเมริกันในภายหลัง

 

 

การขยายกิจการอันรวดเร็วของซอสพริกศรีราชาตราไก่

– เริ่มแรกสมัยยังไม่มีคนรู้จัก จะเอาไปวางขายในห้างดังก็คงไม่ได้  David Tran จึงนำซอสพริกสูตรดังกล่าวไปเสนอให้กับร้านอาหารเอเชียในละแวกบ้าน เพื่อใช้กินกับอาหารเอเชียต่างๆ

– ด้วยความที่อาหารจีน-เวียดนาม จะมีรสค่อนไปทางจืด การมีซอสดังกล่าวไว้เพิ่มความเผ็ดร้อน จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

– สโลแกน “Everything tastes better with Sriracha” หรือ อาหารอะไรก็อร่อยขึ้นถ้าใส่ซอสศรีราชา กลายเป็นคำพูดติดปากของ David และเป็นสโลแกนยุคแรก

– เรื่องการสร้างแบรนด์ก็สำคัญ ตราไก่ ขวดสีแดง และฝาเขียว ถูกจดจำได้ง่ายมาก

– ทั้งยังคำนึงถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลายๆ ชาติ ด้วยการเขียนข้อความทั้งภาษาอังกฤษ เวียดนาม จีน สเปน ติดเอาไว้ที่ขวดด้วย

– เมื่อลูกค้าที่กินในร้านอาหารติดใจ จึงเกิดการบอกต่อ และอยากจะหามาไว้ติดบ้าน จึงเกิดความต้องการซื้อในวงกว้าง ส่งผลให้ซอสนี้ขึ้นไปอยู่บนชั้นวางในห้างแทบทุกแห่ง

 

– David Tran ระบุว่าตั้งแต่ผลิตซอสพริกดังกล่าวมา “ดีมานต์” อยู่เหนือ “ซัพพลาย”

– เมื่อความต้องการสูง บริษัทจึงแทบไม่ต้องใช้งบในการโฆษณาอะไรเลย เพียงแค่การบอกต่อของลูกค้าก็เพียงพอ

– แถมซอสพริกศรีราชาตราไก่ ยังไม่เคยมียอดขายที่ลดลงเลยปีเดียว แม้จะผลิตวางขายมาเกือบ 40 ปี

– ดังถึงขนาดเซเลปดังอย่าง Kylie Jenner ยังเอาไปพูดถึงในอินสตาแกรมที่มีคนติดตามกว่าร้อยล้าน ว่าลิปสติกของเธอสีเหมือนกับซอสดังกล่าว

 

– ปัจจุบัน ซอสพริกศรีราชตราไก่ สร้างยอดขายมากกว่า 20 ล้านขวดต่อไป

– รายได้ของ Huy Fong Foods ในปีล่าสุด อยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท

– บริษัทมีพนักงานประจำ 100 คน และอีก 200 คนซึ่งจ้างชั่วคราว โดยเฉพาะในฤดูเก็บเกี่ยวพริกของแคลิฟอร์เนีย

– ปัจจุบันคำว่า “ศรีราชา” ในคอนเซปท์ของชาวอเมริกัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ซอสพริกตราไก่อันนี้เท่านั้น แต่กลายเป็น “วัฒนธรรม” อย่างหนึ่งไปแล้ว

– มีทั้งหลายแบรนด์ใหญ่ทำซอสเผ็ดรสชาติคล้ายๆ กันในชื่อศรีราชาไม่ว่าจะเป็น Heinz, Frito-Lay, Applebee’s หรือ Pizza Hut ทำไว้ให้ลูกค้าในร้านตัวเอง

– มีทั้งการแข่งกินเผ็ด ผลิตเสื้อยืดจำหน่าย หรือนำไปดัดแปลงใส่สูตรอาหารมากมาย ตามชานแนลยูทูปต่างๆ

 

จากอาหาร กลายมาเป็นวัฒนธรรม

 

เรื่องราวของ David Tran คือเรื่องราวของหนึ่งในผู้อพยพชาวเวียดนามนับล้านคน ที่อพยพไปอเมริกาหลังสิ้นสุดสงครามเวียดนาม

ความแตกต่างจากคนอื่นๆ คือเขามองเห็นลู่ทางสำหรับการทำธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

เขาทำซอสพริกด้วยวัตถุดิบที่หาได้ในแคลิฟอร์เนียตอนนั้น สร้างสินค้าที่หลายคนไม่รู้จัก เปลี่ยนให้คนที่เคยกินแต่ซอสมะเขือเทศ มายองเนส มัสตาร์ด มารู้จักซอสอีกแบบบ้าง

 

ถ้าแมคโดนัลด์ คือยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมอาหารฟาสต์ฟู๊ด

ถ้าสตาร์บัคส์ คือแบรนด์ระดับโลก ที่ประสบความสำเร็จในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ให้คนหันมาติดแบรนด์นี้

เราก็คงจะเปรียบได้ว่า “ซอสพริกศรีราชาตราไก่” คือหนึ่งในผู้สร้าง “วัฒนธรรมการกินเผ็ด” ของชาวอเมริกัน จนส่งผลให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในที่สุด….

 

ที่มา:

www.entrepreneur.com/article/246728

getpocket.com/explore/item/the-highly-unusual-company-behind-sriracha-the-world-s-coolest-hot-sauce-463224559

www.owler.com/company/huyfong

en.wikipedia.org/wiki/Sriracha_sauce_(Huy_Fong_Foods)

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...