คุณคิดว่าสถานที่ใดบนโลก มีธุรกิจด้านนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต รวมตัวกันอยู่มากที่สุด??

คำตอบส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น Silicon Valley แหล่งรวมบริษัทไอทีระดับโลก

ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google, Facebook, Intel หรือ Tesla ล้วนเป็นชื่อที่คุ้นหูเราแทบทั้งสิ้น

แต่กว่าจะมาเป็นแหล่งนวัตกรรมชั้นนำของโลกอย่างในทุกวันนี้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าได้รับแรงสนับสนุนจากสถาบันอย่าง Stanford University มหาวิทยาลัยชั้นนำซึ่งตั้งอยู่ห่างไปไม่ถึง 10 กิโลเมตร

อะไรที่ทำให้ Silicon Valley และ Stanford ผูกพันจนแทบจะแยกกันไม่ได้!?

ก่อนอื่นเราต้องย้อนกลับไปเมื่อราวร้อยปีที่แล้วครับ…

 

Stanford University ในยุคอดีต

.

Stanford University ในปัจจุบัน

 

สิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นเลย ถ้าไม่ได้ไอเดียของอดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย Leland Stanford

คุณ Leland คิดสร้างเมือง Palo Alto ขึ้นมา บนพื้นที่ซึ่งตอนนั้นยังห่างไกลความเจริญ

แต่การจะทำให้เมืองใหม่น่าสนใจ ก็ต้องหาอะไรมาดึงดูดผู้คน นั่นทำให้มหาวิทยาลัย Stanford ถือกำเนิดขึ้นในปี 1885

แต่จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีจริงๆ ก็หลังจากการก่อตั้งประมาณ 60 ปี

พอสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง การพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ก็ไม่ได้หยุดตามไปด้วย และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มีนักศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่มีความสามารถ

ตัวอย่างเช่น David Packard – Bill Hewlett สองผู้ก่อตั้ง HP ก็เป็นศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้

 

ผู้ถูกเรียกว่า “บิดาแห่ง Silicon Valley”

 

เราอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของ Frederick Terman มาก่อน

แต่เขาคือคนที่มีส่วนสำคัญ ผลักดันให้ Silicon Valley กลายเป็นแหล่งนวัตกรรมอย่างทุกวันนี้

เขาคืออดีตอธิการบดีแห่ง Stanford ซึ่งเล็งเห็นว่าพื้นที่รอบข้างมีโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในอนาคต

จึงทำเรื่องแบ่งพื้นที่บางส่วนของมหาวิทยาลัย ตั้งเป็น “Research Park” โดยเน้นดึงดูดผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมมาตั้งบริษัท

บริษัทเด่นในยุคนั้น อย่างเช่น HP, General Electric, Lockheed มาตั้งสำนักงาน

ทำให้ Silicon Valley กลายมาเป็นแห่งรวมคนเก่งด้านนวัตกรรม และดึงดูดคนมากความสามารถจากทั่วโลก มาใช้ชีวิตในที่แห่งนี้

จนในยุค 1990 ก็ได้กลายมาเป็นแหล่งสำนักงานของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต ในช่วงดอทคอมกำลังบูม

หลังจากวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม บริษัทที่อยู่รอดได้ก็คือเหล่า “ของจริง” ซึ่งยังคงใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสำนักงานหลัก

ขณะที่เหล่าคนรุ่นใหม่ ก็มีความฝันทั้งที่จะได้เข้าทำงานกับบริษัทระดับท็อปเป็นผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพของตนเอง หรือบางกลุ่มก็เข้ามาที่ Silicon Valley เพื่อหานักลงทุน

สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้พวกเขาเดินทางมาแสวงหาความฝันยัง Silicon Valley นั่นเอง…

 

บริษัทด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีสำนักงานใน Silicon Valley มากจนนับไม่ถ้วน

 

ชื่อเสียงของ Silicon Valley เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับชื่อเสียงของ Stanford University ในฐานะแหล่งปั้นนักธุรกิจด้านนวัตกรรม

เป็นเสมือนเสาหลักในการขับเคลื่อน Ecosystem ใน Silicon Valley ทั้งบรรดาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอง ก็เป็นเจ้าของธุรกิจในนั้นมากมาย

ขณะที่ศิษย์เก่าผู้ได้รับความรู้จากสถาบันแห่งนี้ กลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายต่อหลายคน

ไม่ว่าจะเป็น Sergey Brin มหาเศรษฐีทรัพย์สิน 1.5 ล้านล้านบาท ผู้ร่วมก่อตั้ง Google

Peter Thiel  ผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal ก็มีทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทจากสถาบันนี้

ขณะที่ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคน Elon Musk ที่หลายคนรู้จักเมื่อมาเปิดบริษัท Tesla ก็เคยมาเข้าเรียนปริญญาโท

รวมทั้งผู้ก่อตั้ง Nike, Intagram หรือ SnapChat และนักธุรกิจคนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

 

จะเห็นได้ว่าของบุคคลที่มองเห็น “อนาคต” ก่อนคนอื่นๆ สามารถเป็นสิ่งจุดประกายให้หลายคนเดินรอยตามได้

ทั้งการเปลี่ยนหุบเขารกร้าง จนกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยด้านนวัตกรรม

การเปลี่ยนพื้นที่ในสถาบันการศึกษา ให้กลายเป็นแหล่งบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

สิ่งเหล่านี้เกิดจาก “วิสัยทัศน์” ที่ล้ำหน้า ทั้งคุณ  Leland Stanford และคุณ Frederick Terman

มองเห็นก่อน ลงมือทำก่อน ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายกว่าการลงมือทำทีหลัง

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับโลกธุรกิจ และน่าจะเป็นบทเรียนสำหรับเราทุกคนได้อย่างดีนะครับ…

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

แสดงความคิดเห็น...