สรุปเทียบธุรกิจเทคโนโลยี สหรัฐฯ vs จีน สองชาติมหาอำนาจโลก

 

 

ประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน กำลังเป็นที่จับตามองของชาวโลก และส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างที่เราทราบกันว่า ทางการจีนนั้นมีนโยบายแบนธุรกิจออนไลน์ และเว็บไซต์ต่างชาติหลายๆ แห่งมานานพอสมควรแล้ว ทำให้บริการอย่าง Google หรือ Facebook ไม่สามารถเปิดให้บริการในจีนได้

ขณะเดียวกัน ในจีนก็เลยมีบริการอื่นๆ เข้ามาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็นบริการโซเชียล Weibo, บริการเสิร์จเอนจิ้น Baidu หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Alibaba

ในขณะที่ทางสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นมีท่าทีที่ค่อนข้างแข็งกร้าวต่อบริการต่างๆ ของประเทศจีน ซึ่งนอกจากกำแพงทางการค้า ยังรวมถึงการสั่งห้ามทำธุรกรรมกับบริษัทต่างๆ อีกด้วย

ยกตัวอย่างเช่น การสั่งห้ามทำธุรกรรมหรือเจรจาธุรกิจกับทาง Huawei ค่ายมือถือชื่อดัง

รวมถึงล่าสุดอย่างการสั่งแบน TikTok และ WeChat แอปพลิเคชั่นยอดนิยมจากทางฝั่งจีน จนกว่าจะมีเจ้าของเป็นบริษัทอเมริกันเข้ามาครอบครอง

 

เราจึงถือโอกาสทำภาพเปรียบเทียบธุรกิจเทคโนโลยีต่างๆ ของทั้งทางฝั่งจีน และฝั่งสหรัฐฯ เพื่อชี้ให้เห็นว่าทั้งสองชาติ ต่างก็มีธุรกิจไอทียักษ์ใหญ่อยู่

จะเห็นได้ชัดอย่างหนึ่งว่า ธุรกิจทางฝั่งสหรัฐฯ นั้น จะมีขนาดใหญ่กว่า และมีมูลค่าทางกิจการที่สูง จากความคาดหวังของนักลงทุนในตลาดหุ้น

ขณะที่ธุรกิจทางฝั่งจีน บางกิจการมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว บางธุรกิจเป็นยักษ์ใหญ่ไประดับโลก ขณะที่บางธุรกิจ ก็เป็นเพียงบริการที่นิยมแต่เฉพาะในจีนเท่านั้น

ซึ่งน่าสนใจว่า ตำแหน่งจ้าวแห่งโลกเทคโนโลยีในอนาคตนั้น สุดท้ายแล้วจะยังคงอยู่ที่ฝั่งสหรัฐฯ หรือเบนเข็มไปทางฝั่งจีนกันแน่…!?

 

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...