สรุปยอดขาย Tesla ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เติบโตขึ้นมากแค่ไหน!?

 

นับตั้งแต่ปี 2012 ที่รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla Model S ได้เริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าหลายแรก หลังจากนั้นชื่อเสียงของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐฯ ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก

จากบริษัทที่แทบไม่มีเงินหมุนจนเกือบล้มละลาย ตอนนี้มูลค่าหุ้นของบริษัท ทำให้ Tesla เป็นค่ายรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปัจจุบัน

และล่าสุดพวกเขาเพิ่งเปิดเผยว่าในปี 2020 ตลอดทั้งปี มียอดส่งมอบรถยนต์ได้ 499,550 คัน น้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 500,000 คันไปไม่มาก ส่วนหนึ่งเพราะต้องปิดโรงงานจากการล็อกดาวน์

 

เราเลยอยากจะยอดกลับไปดูว่าตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ยอดขายของ Tesla เติบโตขึ้นมากแค่ไหน??

ปี 2012 ยอดส่งมอบรถ 2,600 คัน

ปี 2013 ยอดส่งมอบรถ 22,400 คัน เพิ่มขึ้น 761%

ปี 2014 ยอดส่งมอบรถ 32,000 คัน เพิ่มขึ้น 42%

ปี 2015 ยอดส่งมอบรถ 50,000 คัน เพิ่มขึ้น 56%

ปี 2016 ยอดส่งมอบรถ 76,200 คัน เพิ่มขึ้น 52%

ปี 2017 ยอดส่งมอบรถ 103,100 คัน เพิ่มขึ้น คัน เพิ่มขึ้น 35%

ปี 2018 ยอดส่งมอบรถ 245,200 คัน เพิ่มขึ้น 138%

ปี 2019 ยอดส่งมอบรถ 367,500 คัน เพิ่มขึ้น 50%

ปี 2020 ยอดส่งมอบรถ 499,550 คัน เพิ่มขึ้น 36%

 

โดยเฉลี่ยแล้ว Tesla ทำยอดขายรถเติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 58%

(ไม่นับปี 2012-2013 ที่ยอดขายปีแรกน้อย ทำให้ตัวเลข % นั้นดูสูงเกินจริง)

 

 

ข้อมูลน่าสนใจอีกอย่างก็คือ ตอนนี้หุ้น Tesla ซื้อขายกันอยู่ที่หุ้นละ 705 ดอลลาร์ (หลังแตกพาร์และปรับราคาแล้ว)

แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนต้นปี 2012 ค่ายรถยนต์ไฟฟ้านี้ยังเป็นบริษัทไม่ใหญ่นัก ราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 5.50 ดอลลาร์เท่านั้น

และถ้าใครลงทุนซื้อหุ้น Tesla ตอนนั้น ถึงตอนนี้เงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นไปถึง 128 เท่า

หรือยกตัวอย่างว่าลงทุน 100,000 บาทเมื่อ 8 ปีก่อน จะกลายเป็นเงินถึง 12.8 ล้านบาท ในปัจจุบันเลยทีเดียว!!

 

ถ้านับในด้านของมูลค่าบริษัท Tesla คือค่ายรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกปัจจุบัน..

จุดเด่นของพวกเขาก็คือเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงความเป็นบริษัทพลังงานแบบครบวงจร

แต่ก็ยังมีข้อครหาที่ว่า ยอดขายของพวกเขา ไม่สามารถเทียบเคียงกับค่ายรถใหญ่อื่นได้ อย่างเช่น Toyota ที่มียอดขายทั่วโลกปีละกว่า 10 ล้านคัน

รวมถึงเรื่องของมูลค่าหุ้น ที่ถูกมองว่าเป็นฟองสบู่สำหรับนักลงทุนหลายคน?

คำถามเหล่านี้ เราคงต้องรอให้เวลาเป็นผู้พิสูจน์ ว่าพวกเขาจะก้าวสู่เจ้าตลาดรถยนต์ได้ในอนาคตจริงหรือไม่

แล้วสำหรับคุณเองล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรบ้าง…!?

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...