ลองคิดว่า.. เราซื้อรถใหม่ป้ายแดงมาสักคันหนึ่ง เพื่อใช้ขับไปกลับระหว่างบ้านกับที่ทำงาน

เมื่อไปถึงออฟฟิศ เราก็บอกรถของเราว่า…

“วันนี้ไม่ต้องใช้รถแล้ว ช่วยไปวิ่งเป็นแท็กซี่ รับส่งคนหารายได้สัก 8 ชั่วโมงได้ไหม!? ค่อยเจอกันตอนเย็นนะ”

แล้วรถที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ เลยไม่จอดอยู่เฉยๆ แต่กลับออกไปช่วยคุณหาเงิน วิ่งรับส่งผู้โดยสาร เป็นแท็กซี่ได้เองอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องมีใครคอยควบคุมมันเลย

ส่วนคุณก็ทำงานไปชิลๆ พักเที่ยงก็เดินไปกินข้าวใกล้ๆ แล้วก็รับเงินสองทางแบบไม่เสียงานหลักอีกด้วย

แนวคิดนี้อาจจะฟังดูหลุดโลกไปบ้าง แต่มันกำลังจะเกิดขึ้นจริง และอาจเกิดภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้อีกด้วย

เราไปรู้จักแนวคิดแห่งโลกอนาคตนี้ กันให้มากยิ่งขึ้นดีกว่าครับ…

 

แท็กซี่อัตโนมัติ คืออะไร!?

แท็กซี่อัตโนมัติ คือระบบที่ต่อยอดมาจาก “รถยนต์ไร้คนขับ” เมื่อการทำงานไปถึงระดับที่รถสามารถควบคุมตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์

ลองนึกภาพตามว่า แท็กซี่ที่ไม่มีคนขับนั้น ก็วิ่งบนท้องถนนเหมือนกับแท็กซี่ปกติ

เมื่อมีการเรียกใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเข้ามา รถก็จะไปรับผู้โดยสารตามจุดหมายที่ได้รับมาในแอปฯ ก่อนที่จะไปส่งยังปลายทาง ตามที่ระบุไว้อีกเช่นกัน

ไม่มีการปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่มีการใช้คำพูดรุนแรงลวนลาม ไม่มีการพาขับอ้อม และพาคุณไปยังจุดหมายในเส้นทางที่เสียเวลาน้อยที่สุด

มันคงจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลย…

 

รถแท็กซี่ไร้คนขับ มีการเปิดให้คนทดสอบใช้งานแล้ว

 

แต่อย่างที่บอกไป แท็กซี่ไร้คนขับ จะทำงานได้จริงก็ต่อเมื่อระบบรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ พัฒนาไปถึงจุดที่ไม่ต้องพึ่งพามนุษย์

ปัจจุบัน มีบริษัทรถยนต์และบริษัทไอทีหลายแห่ง ที่แข่งขันกันพัฒนาระบบรถยนต์ไร้คนขับ

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เราคุ้นหู ก็เช่น Tesla ที่พัฒนาระบบ Autopilot ติดมาในรถตั้งแต่ปี 2013

หรือ Waymo บริษัทที่คุณอาจไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ถ้าบอกว่าเครือเดียวกับ Google ก็คงเข้าใจได้ทันทีว่าไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะพวกเขาริเริ่มโปรเจกต์ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2009 แล้ว

นั่นแปลว่า แม้ระบบดังกล่าวจะยังไม่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย แต่มันก็ใกล้จะได้ออกมาใช้งานจริงแล้ว

 

 

มันใกล้เป็นความจริงแค่ไหน!?

แม้มีการคาดการณ์ว่าอีกไม่เกิน 3-5 ปี จะสามารถใช้งานจริงได้อย่างแน่นอน

แต่ถึงขั้นที่ Elon Musk ผู้บริหารชื่อดังของ Tesla กล้าออกมาระบุว่าภายในปีหน้า รถของพวกเขาพร้อมที่จะเป็นแท็กซี่อัตโนมัติ

Elon เรียกชื่อโครงการดังกล่าวว่า Robotaxi

ซึ่งมีแนวคิดง่ายๆ ที่ว่า.. ลูกค้าคนไหนที่ซื้อรถ Tesla ไป ต้องสามารถหาเงินได้จากรถของเขาด้วยเช่นกัน

เวลาที่คุณต้องใช้งานรถ รถก็จะมารับคุณแล้วไปส่งถึงจุดหมายได้ โดยที่คุณแทบไม่ต้องจับพวงมาลัย

ส่วนเวลาที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้รถ รถก็สามารถไปทำงานเพื่อสร้างเงินให้คุณได้อีกทาง แล้วมันสร้างเงินได้มากแค่ไหนกัน!?

 

Tesla โชว์ประสิทธิภาพของระบบไร้คนขับ ที่พาคุณไปยังจุดหมายปลายทางได้เอง

 

ตามแนวคิดของ Elon ซึ่งน่าจะอ้างอิงจากข้อมูลของทางฝั่งอเมริกา เขาระบุว่า รถยนต์ Tesla Model 3 ที่มีราคาประมาณ 1-1.5 ล้านบาท และทำงานแท็กซี่ไร้คนขับได้อย่างเต็มรูปแบบ

หากพวกเขาเอารถมาเข้าร่วมโครงการแท็กซี่ไร้คนขับ ปล่อยให้วิ่งวันละ 10-12 ชั่วโมง จะสามารถทำกำไรให้กับคนขับรถได้ปีละประมาณ 900,000 บาท

เท่ากับว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาดไป ภายในเวลาประมาณปีกว่าๆ ไม่เกินสองปี คุณก็จะคืนทุนจากการใช้รถยนต์คันนั้นได้แล้ว

 

ทีนี้ เรามาลองจินตนาการกับตลาดของไทยดูบ้าง…

สมมติ ย้ำ.. สมมตินะครับ ว่าคุณสามารถซื้อ Tesla Model 3 ที่มีระบบไร้คนขับเต็มรูปแบบได้ในราคา 1.5 ล้านบาท  (เท่ากับราคาขายในสหรัฐฯ)

เท่ากับคุณจะมียอดผ่อนรถต่อเดือนในระยะเวลา 5 ปี ประมาณเดือนละ 25,000 บาท

หากนำรถมาวิ่งเป็นแท็กซี่ อ้างอิงจากรายได้เฉลี่ยของแท็กซี่ไทยที่มีการวิจัยมา มีกำไรตกชั่วโมงละประมาณ 85 บาท

ถ้าปลอยรถไปวิ่งรับคนเฉพาะตอนเราทำงาน วันละประมาณ 8 ชั่วโมง ก็จะได้กำไรประมาณวันละ 85 x 8 = 680 บาท

หรือตกประมาณเดือนละ 680 x 24 = 16,320 บาท (เฉลี่ยเฉพาะวันทำงาน)

แม้จะยังไม่รวมค่าไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ บำรุงรักษา ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ  แต่ก็เท่ากับว่า มันสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของเราลงไปได้มาก

จากที่ต้องจ่ายค่าผ่อนรถเดือนละ 25,000 บาท ก็เหลือเพียงเดือนละประมาณ 8,680 บาทเท่านั้นเอง

 

นี่ก็เป็นเพียงการยกตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง เราคนไทยอาจจะยังเข้าถึงรถไร้คนขับในราคาเท่านี้ไม่ได้ เราอาจจะไม่ได้ใช้วิ่งสร้างรายได้ทุกวัน

หรืออาจจะติดข้อกฎหมาย ข้อห้ามบางประการ ทำให้ไม่สามารถใช้มันสร้างรายได้เลยก็เป็นได้…

 

สรุปปิดท้าย..

ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ใครจะคิดว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ จะมาอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

ถึงวันนี้เราอาจจะยังมองว่า เร็วเกินไปสำหรับเมืองไทย ที่จะได้สัมผัส

แต่มันก็อาจจะเหมือนอย่างอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ใครจะคิดว่าวันหนึ่ง เราจะสามารถรวมทุกสิ่งมาไว้ในแท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ และทำให้ทุกคนรอบตัวเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองจอได้ทั้งวัน

ใครจะคิดว่าการเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอปฯ จะได้รับความนิยม ในยุคที่แท็กซี่ก็ยังวิ่งอยู่บนถนนให้คนโบกได้ทั่วเมือง

ใครจะคิดว่าสักวัน แท็กซี่ที่เป็นคนขับอาจจะหายไป เหลือแต่แท็กซี่ที่เป็นเพียงรถเปล่าๆ วิ่งกันขวักไขว่เต็มถนน

และคนก็เต็มใจ ถูกใจ หรือสบายใจที่จะใช้บริการมัน มากกว่าแท็กซี่ที่มีคนขับก็เป็นได้เช่นกัน… คุณคิดว่าอย่างไรครับ!?

 

 

เรียบเรียง: ประณิธิ วงศ์คำจันทร์

ที่มา:

https://medium.com/swlh/30-000-from-a-tesla-robotaxi-not-as-crazy-as-it-sounds-dafba4c6923c

https://en.wikipedia.org/wiki/Robo-Taxi

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/821700

http://www.9carthai.com/all-new-toyota-camry-price/

https://cars.usnews.com/cars-trucks/tesla/model-3

Tesla plans to launch a robotaxi network in 2020

เหตุใด “แท็กซี่ไร้คนขับ” จะปฏิวัติวงการขนส่ง และ Elon Musk บอกว่าปีหน้าเรามาแน่!!

 

แสดงความคิดเห็น...