“โอ้ นานานา” คุ้นเคยกับเสียงเพลงนี้กันรึเปล่าครับ??

เสียงที่ติดหูจาก TikTok แอพซึ่งเปิดตัวมาไม่ถึง 2 ปี

แต่มียอดผู้ใช้รายเดือนมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก

และตอนนี้มีมูลค่ากิจการกว่า 2.4 ล้านล้านบาท!!

กลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก แซงหน้าแอพดังอย่าง Uber, Airbnb หรือ Snapchat

แอพวิดีโอจากจีนตัวนี้คืออะไร?? ทำไมจึงมาแรงได้ขนาดนี้?? ติดตามอ่านกันได้เลยครับ…

 

 

ย้อนดูประวัติคร่าวๆ

TikTok ที่เรารู้จักกัน หรือชื่อแอพ Douyin จากประเทศจีน

แอพนี้เปิดตัวในเดือนกันยายน 2016 ในยุคที่โลกออนไลน์ของจีนถูกยึดครองด้วย Weibo และคนนิยมใช้แอพ WeChat เป็นแอพแชทหลัก

(เหมือนที่บ้านเราโซเชียลเน็ตเวิร์กเบอร์หนึ่งคือ Facebook ส่วนแอพแชทหลักคือ Line นั่นเอง)

จุดเด่นของ TikTok คือแอพผลิตวิดีโอสั้นๆ ที่ให้ผู้ใช้มาลิปซิงค์ตามบทพูดในแอพ

สามารถปรับความช้า-เร็วของวิดีโอ และใส่สติกเกอร์เพิ่มความน่ารักเข้าไป

 

การปรับแต่งเอฟเฟคต่างๆ เหล่านี้ดียังไง??

มันทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าตัวเองได้มี “บทบาท” ได้ “สร้างเนื้อหาอันเป็นเอกลักษณ์” ออกมาให้คนอื่นๆ ได้ดู

ยิ่งมองไปที่กลุ่มผู้ใช้หลัก ซึ่งเจาะไปที่ “วัยรุ่นเพศหญิง” เมื่อมีคนใช้คนหนึ่ง คนถัดมาเห็นว่ามันน่าสนใจก็ขอลองเล่นบ้าง และส่งต่อกันเป็นทอดๆ อย่างรวดเร็ว

ภายในเวลาไม่ถึงปี ก็มีคนใช้ครบ 100 ล้านคน พร้อมกับยอดชมวิดีโอรวมวันละ 1,000 ล้านครั้ง!!

 

ยอดผู้ใช้บริการทะยานขึ้นอย่างสูง

 

ข้อมูลที่น่าสนใจของ TikTok

– ปัจจุบันแอพ TikTok มีผู้ใช้บริการวันละ 150 ล้านคน เดือนละ 500 ล้านคน

– ย้อนกลับไปเพียงแค่ 6 เดือนก่อน แอพนี้มีคนใช้วันละ 40 ล้านคน ถือว่าเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก

– กลุ่มส่วนใหญ่คือคนรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน 24 ปีถึง 53% และรองลงมาคือกลุ่มอายุ 25-29 ปี 28% (นั่นก็จะสรุปคร่าวๆ ว่าประมาณ 80% ของผู้ใช้คือคนอายุไม่ถึง 30 ปีแทบทั้งสิ้น)

– ผู้ใช้งานเพศหญิง 66% และเป็นเพศชาย 34%

– แอพ TikTok ขึ้นเป็นแอพที่มียอดดาวน์โหลดบนสมาร์ทโฟนสูงที่สุดในโลก ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018 ด้วยยอดดาวน์โหลด 45.8 ล้านครั้ง เอาชนะทั้ง YouTube, Instagram และ Facebook

– ในช่วงต้นปี 2018 ก็เป็นแอพฟรียอดนิยมที่สุดใน App Store ของทั้งประเทศไทยและญีปุ่นอีกด้วย

 

Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง TikTok

[1619][402]

TikTok หาเงินอย่างไร!?

TikTok พุ่งเป้าไปที่การสร้าง Influencer ในแนวทางที่ต่างจากเจ้าดังอย่าง Facebook ซึ่งใครอยากดังก็ต้องทำเพจเพื่อโปรโมตตัวเอง นำเสนอคอนเท้นต์ที่ดี และอัดฉีดเงินในการสปอนเซอร์เพจตัวเอง

แต่การจัดงานประชุมในเดือนพฤศจิกายน 2017 พวกเขาเชิญเหล่าไอดอลคนดังที่เริ่มมีชื่อเสียงในแอพไปร่วมงาน พร้อมกับทุ่มเงินกว่า 10,000 ล้าน เพื่อช่วยโปรโมตให้ไอดอลเหล่านั้นโด่งดังขึ้นไปอีก

เป้าหมายคือทำให้เหล่าไอดอล 1,000 คนที่ดูมีแววเหล่านั้น มียอดคนติดตาม 1,000,000 คนให้ได้

คิดคร่าวๆ นั่นก็คือจะมียอดคนติดตามรวมกันกว่า 1,000 ล้านคนเลยทีเดียว!!

 

นอกจากสร้างกระแส พวกเขายังสร้าง Influencer ของตัวเองด้วย

 

นอกจากนี้ TikTok ยังจับมือกับแบรนด์ในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ต่างๆ

อย่างกรณีศึกษาของร้านหม้อไฟ Hai Di Lao ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

TikTok ร่วมมือกับร้าน และให้เหล่า Influencer เริ่มทำการดัดแปลง DIY เมนูต่างๆ ในร้าน

เช่น ลูกชิ้นชุบไข่ ผักห่อหมู หรือไอเดียแปลกๆ ที่แล้วแต่ใครจะนึกออก ให้เหนือชั้นกว่าการลวกกินแบบธรรมดา

 

หลังจากนั้นการ DIY อาหารในร้านดังกล่าวกลายเป็นกระแส ย่อมมีคนอยากจะไปทำตาม และทำคลิป DIY ในเวอร์ชั่นของตัวเองบ้าง ส่งผลให้ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้นมหาศาล

พวกเขามีแอพที่มีคนใช้งานวันละนับ 100 ล้านในมือ

พวกเขามีเหล่า Influencer นับ 1,000 คนที่พร้อมจะสร้างกระแสให้

และพวกเขาสามารถทำให้กระแสนั้นเกิดขึ้นได้จริงๆ!!

 

ตัวอย่างวิดีโอที่สร้างไวรัลอย่างมาก จนกลายเป็นเทรนด์ DIY อาหารในร้านหม้อไฟ

 

ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า SoftBank บริษัทด้านไอทีชื่อดังของญี่ปุ่น

ได้เข้าลงทุนใน Bytedance บริษัทเจ้าของแอพ TikTok ด้วยเงินมูลค่าราวๆ 100,000 ล้านบาท

ซึ่งถ้าเทียบกับสัดส่วนหุ้นที่ได้รับ ก็จะทำให้มูลค่ากิจการของ Bytedance นั้นสูงถึงกว่า 2.4 ล้านล้านบาท

ล้มแชมป์เก่าอย่าง Uber ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2.3 ล้านล้านบาทลงได้สำเร็จ!!

 

ความสำเร็จของ TikTok และการยอมรับในระดับโลก…

แม้จะมีจำนวนผู้ใช้สูงมาก และเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่กลุ่มของผู้ใช้หลักก็ยังเป็น “วัยรุ่นในฝั่งเอเชีย”

แตกต่างจากแอพที่จะได้รับยอมรับในระดับโลกอื่นๆ ซึ่งเป้าหมายจะอยู่ที่กลุ่ม “ผู้ใหญ่” มากกว่า

ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังทรัพย์และมีอำนาจตัดสินใจซื้อสินค้าต่างๆ ได้ จึงดึงดูดธุรกิจให้มาลงโฆษณามากขึ้น

แต่ในอนาคต เมื่อวัยรุ่นช่วงอายุ 15 ปีในปัจจุบัน กลายเป็นผู้ใหญ่อายุ 20-25 แล้ว

พวกเขาจะเล่นแอพนี้เป็นหลักอยู่รึเปล่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปมากแค่ไหน??

สุดท้าย TikTok  และบริษัทแม่อย่าง Bytedance จะกลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอินเตอร์เน็ตอีกรายของจีน นอกเหนือจาก Baidu, Alibaba และ Tencent ได้หรือไม่

ยังเป็นคำถามที่ต้องรอการพิสูจน์อยู่…

คุณเองคิดอย่างไรกับแอพนี้?? คิดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งแอพหลักประจำเครื่องของคนรุ่นถัดไป เหมือนที่ Facebook เคยทำได้รึเปล่าครับ…??

 

โลโก้นี้ อาจจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในอนาคต

 

ธุรกิจของ Bythdance ที่นอกจากจะมีในจีนแล้ว ยังก้าวเข้าไปควบรวมกิจการของ Musical.ly ในอเมริกา และลงทุนกับ Live.me ด้วย

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...