รู้จัก Tumblr กันรึเปล่าครับ!?

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ มันคือเว็บโซเชียลมีเดีย และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เข้าไปเขียนบล็อก ซึ่งได้รับความนิยมสูงมาก

มากเสียจนกระทั่ง Yahoo ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการในปี 2012 ด้วยเงินมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาท

แต่ข่าวใหญ่ล่าสุดคือ มันเพิ่งถูกขายต่อไปในมูลค่าประมาณไม่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น

มูลค่าของกิจการลดลงไป 300 เท่า ภายในเวลาประมาณ 7 ปี

เกิดอะไรขึ้นกับ Tumblr!?  และเว็บไซต์ชื่อดังนี้จะมีโอกาสกลับมามีมูลค่าได้อีกหรือไม่!? ผมถือโอกาสพาผู้อ่านไปรู้จักมันให้มากขึ้นครับ

 

 

Tumblr นั้นถูกสร้างโดย David Karp เปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 ตั้งแต่สมัยที่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กคืออะไร

ด้วยความแปลกใหม่ การใช้งานที่ง่ายดาย ผู้ใช้รู้สึกว่ามีตัวตนบนโลกออนไลน์ และสามารถนำเสนออะไรที่เราอยากนำเสนอลงไปก็ได้

จึงทำให้เกิดความอยากใช้งาน และบอกต่อกันปากต่อปาก ทั้งทางโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างรวดเร็ว

ภายในเวลาเพียงแค่ไม่ถึงเดือน มีสมาชิกสมัครเข้ามาใช้งาน 75,000 คน ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก

 

การเติบโตของ Tumblr นั้นไปเตะตาบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Yahoo เข้าซื้อกิจการด้วยเงินสดกว่า 30,000 ล้านบาท

ถึงแม้จะขายกิจการไปแล้ว แต่ David Karp ก็ยังคงนั่งแท่นเป็นผู้บริหารต่อไป

 

ความสัมพันธ์ของ Tumblr และคอนเทนต์ 18+

หลังจากถูกซื้อกิจการ ท่ามกลางการเติบโตของสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต มีโซเชียลเน็ตเวิร์กและเว็บบล็อกเกิดขึ้นมากมาย

นั่นทำให้ Tumblr เริ่มถูกแย่งผู้ใช้งานไป และกราฟความนิยมของพวกเขาก็ค่อยๆ ตกลงไปตลอดตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา

แต่อย่างไรก็ตาม Tumblr มีหนึ่งในจุดเด่นของพวกเขาที่โซเชียลเจ้าอื่นๆ ไม่สามารถให้ได้ก็คือ

“การที่พวกเขาอนุญาตให้ลงคอนเทนต์โป๊เปลือยได้”

มีการประเมินว่า ก่อนหน้าที่จะถูกซื้อกิจการ ยอดคนเข้ากว่า 20% เข้ามาเพื่อเสพคอนเทนต์ 18+ โดยเฉพาะ

หากนำไปเทียบเล่นๆ กับตัวเลขที่พวกเขาบอกเอาไว้ในปี 2016 ว่ามีคนเข้าใช้งาน 550 ล้านคนต่อเดือน

เท่ากับว่าในแต่ละเดือน จะมีผู้คนกว่า 110 ล้านคน ที่ใช้บริการ Tumblr ในฐานะการเป็นบล็อกที่เอาไว้โพสต์ หรือติดตามเรื่อง 18+ นั่นเอง

 

แม้การถูกเข้าซื้อโดย Yahoo จะทำให้พวกเขามีการคัดกรองที่เข้มขึ้น โดยการไม่ปล่อยให้เนื้อหา 18+ นั้นแสดงโจ่งแจ้ง แต่ก็ยังคงเข้าถึงได้อย่างไม่ยากนัก

จนกระทั่ง ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาถึง…

ในเดือนพฤศจิกายน 2018 ข้อพิพาทกับทาง Apple ซึ่งนำแอปของ Tumblr ออกจากสโตร์ เนื่องจากมีเนื้อลามกอนาจารที่เกี่ยวข้องกับเด็ก

ทำให้พวกเขาต้องมาคิดหนัก!!

ถ้าพวกเขายอมโดนถอดแอปออกไป แล้วคงเนื้อหาโป๊เปลือยไว้ ก็จะเสียผู้ใช้งานจากฝั่ง iOS ซึ่งมียอดใช้งานสูงถึง 1 ใน 5 ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกไป

แต่ถ้าพวกเขาอยากจะกลับเข้าแอปสโตร์ ก็ต้องยอมแบนเนื้อหาอนาจารเหล่านั้นเสีย

สรุปว่า Tumblr เลือกอย่างหลัง โดยการแบนทั้งเนื้อหา 18+ ที่เกี่ยวข้องกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

และผลจากการแบนนั้น ทำให้ผู้ใช้งานของพวกเขาหายไปประมาณ 100 ล้านวิวภายในเวลาแค่เดือนเดียว

 

การวิเคราะห์ยอดเข้าใช้งานที่ตกลงอย่างน่าใจหาย หลังแบนเนื้อหา 18+

 

ทั้งจากการมีคู่แข่งที่มากขึ้น และปัญหาภายในของ Tumblr เอง ทำให้มูลค่าของกิจการ กลับลดลงอย่างน่าใจหาย

Verizon (เจ้าของปัจจุบันที่เข้าซื้อ Yahoo ไปเมื่อปี 2017 ทำให้ได้ธุรกิจ Tumblr ไปด้วย) ตัดสินใจขายกิจการของ Tumblr ออกไป

และเป็นบริษัทชื่อว่า Automattic เข้ามาซื้อกิจการไปแทน ด้วยมูลค่าที่ประเมินว่าไม่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น

Automattic คือเจ้าของเว็บไซต์บล็อกชื่อดังอย่าง WordPress ซึ่งพวกเขามองว่าตัวเองมีประสบการณ์ในธุรกิจเว็บบล็อก

และการซื้อ Tumblr จะทั้งช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กับพวกเขาเอง รวมถึงการฟื้นฟูกิจการของเว็บบล็อกชื่อดัง ให้กลับมาเป็นกำไรได้อีกครั้ง ก็เป็นงานที่ท้าทาย

ซึ่งสุดท้ายแล้วจะทำได้หรือไม่ เราคงต้องคอยติดตามกันในอนาคต

 

สิ่งที่เราเรียนรู้จากวิกฤต Tumblr!?

นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ Yahoo ประเมินผิดไป เข้าซื้อตอนที่ธุรกิจกำลังอยู่ในจุดสูงที่สุด ทำให้พวกเขาต้องจ่ายแพงเป็นพิเศษ

หรือมันอาจจะเป็นเรื่องของการบริหารที่ผิดพลาด จนกิจการที่กำลังจะเติบโตไปข้างหน้า กลับร่วงอย่างน่าใจหาย

กรณีนี้ทำให้นึกถึงเคสของ Facebook ที่เข้าซื้อ Instagram ด้วยมูลค่า 30,000 ล้านบาทเช่นกัน แถมช่วงเวลาไล่เลี่ยกันอีก

แต่ด้วยการนำมาผูกเข้ากับ Facebook ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจทั้งสองตัวโตไปด้วยกัน

ทุกวันนี้ Instagram กลับยิ่งเติบโต และกลายเป็นแหล่งทำเงินสำคัญ เฉพาะปีล่าสุด ก็สร้างรายได้จากโฆษณาสูงกว่า 270,000 ล้านบาทไปแล้ว

 

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เรื่องของ Tumblr ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ดี เมื่อเราต้องนำเงินไปลงทุนเปิดธุรกิจ ซื้อกิจการ หรือลงทุนกับหุ้นอะไรสักอย่าง

เพราะไม่ใช่ว่ามีเพียงเงินลงไป แล้วทุกอย่างจะจบ หากขาดความรู้หรือความเข้าใจ เงินก้อนนั้นก็อาจจะสูญเปล่าได้ภายในเวลาไม่นาน

จากเงิน 30,000 ล้าน ยังเหลือ 100 ล้านได้ในโลกธุรกิจ

บทเรียนราคาแพงมหาศาลแบบนี้ หากไม่ระวังให้ดีล่ะก็ อาจจะเกิดขึ้นกับเราเองได้ในสักวันหนึ่งครับ….

 

 

เรียบเรียง: ประณิธิ วงศ์คำจันทร์

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

แสดงความคิดเห็น...