ถ้า “เวียดนาม” จะแซง “ไทย” ในด้านเศรษฐกิจได้สำเร็จ จะต้องใช้เวลานานแค่ไหน!?

 

 

ข้อมูลจากธนาคารโลก ระบุว่าประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจ 16.6 ล้านล้านบาท

ประชากรมีรายได้เฉลี่ยคนละ 19,300 บาท

อัตราการเติบโตย้อนหลังสิบปีประมาณ 3.5%

ข้ามมาที่ฝั่งเวียดนาม เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจ 8.1 ล้านล้านบาท

ประชากรมีรายได้เฉลี่ยคนละ 6,800 บาท

อัตราการเติบโตย้อนหลังสิบปีประมาณ 6%

แม้ขนาดเศรษฐกิจจะต่างกันถึง 2 เท่า แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงหลังนี้ ก็ต่างกันเกือบ 2 เท่าด้วยเช่นกัน!!

ยิ่งในวิกฤติโควิด-19 ประเทศไทยนั้นได้รับผลกระทบ หนักมากที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน

ขณะที่เวียดนาม จากการเติบโตปีละ 6% ถูกประเมินลงมาเหลือเพียง 2.5% เท่านั้น

สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะตัวเลขรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไม่ได้สูงเท่ากับไทย

แต่เรื่องของอุตสาหกรรมการรับจ้างผลิต และส่งออกของเวียดนามนั้น ก็ยังได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

ซึ่งถ้าสถานการณ์กลับเป็นปกติ แล้วเวียดนามยังคงโตปีละ 6% ขณะที่ไทยก็ยังคงโตปีละ 3.5% ไปเรื่อยๆ

คำตอบของคำถามที่ว่า “เวียดนามจะแซงไทยเมื่อไร!?” ก็คืออย่างน้อยในอีก 30 ปีข้างหน้า หรือในปี 2050 เป็นต้นไป

ในตอนนั้นเวียดนาม จะมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 49.3 ล้านล้านบาท

ในขณะที่ประเทศไทย จะมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 48.2 ล้านล้านบาท

แต่.. อย่าลืมว่า นั่นจะอยู่บนเงื่อนไขที่ เวียดนามต้องมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีละ 6% ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 30 ปี

ซึ่งแน่นอนว่า แม้มันจะมีโอกาสเป็นไปได้ แต่มันก็ทำได้ยากเช่นกัน เพราะอะไรล่ะ!?

 

 

เราลองย้อนกลับไปดูประเทศที่สามารถเติบโตในระดับสูง เป็นเวลานานๆ สักหน่อย..

ยกตัวอย่างประเทศจีน ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า 6% ตั้งแต่ปี 1991 จนถึงปีล่าสุด ต่อเนื่องมา 28 ปี

หรือเกาหลีใต้ ที่เติบโตในระดับสูงกว่า 6% ตั้งแต่ปี 1961 จนกระทั่งวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 1997 นับเป็นเวลา 36 ปี (มีแอบสะดุดนิดหน่อยในปี 1980)

แต่ต้องไม่ลืมว่า ทั้งสองประเทศข้างต้นนั้นสามารถเปลี่ยนจากประเทศรับจ้างผลิต มาเป็นประเทศผู้ผลิต ที่ส่งออกเทคโนโลยีของตัวเองได้

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเกาหลี Samsung, LG รถยนต์ Hyundai ที่ก้าวไปสู่ระดับโลก

ส่วนจีน ก็ทำให้สินค้า Made in China แปรเปลี่ยนจากสินค้าก็อปปี้คุณภาพต่ำ กลายเป็นสินค้าดีราคาถูกที่คนอยากได้ในที่สุด

อันที่จริง เวียดนามในตอนนี้ อาจจะคล้ายคลึงกับไทยสมัยก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย

ณ เวลานั้น หากไทยเราสามารถดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ เรียนรู้ และปรับเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิต กลายมาเป็นผู้ผลิตและส่งออกเทคโนโลยีแทน

วันนี้ไทยอาจจะเป็นอีกหนึ่งในประเทศผู้นำของเอเชียด้วยก็เป็นได้

แต่ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ… เศรษฐกิจของเราเกิดฟองสบู่แตก และกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย

เวียดนามเอง หากสามารถปรับเปลี่ยนจากผู้รับจ้างผลิต กลายมาเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเองได้ ก็อาจจะกลายเป็นประเทศที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งเรื่องนี้เป็นโจทย์สำคัญที่เวียดนาม (และไทยเอง) ก็ยังคงไม่สามารถทำไม่ได้ในปัจจุบัน

สุดท้าย เรามองตามความเป็นจริง แล้วถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่เวียดนามจะแซงไทยในระยะเวลาอันใกล้!?

คำตอบก็คือ.. เป็นไปได้ แต่ก็เกิดขึ้นได้ยากมากเช่นกัน!!

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...