ใครคือผู้ชนะ ในสงครามธุรกิจระดับโลกเหล่านี้!?

 

 

ข้อมูลน่าสนใจ:

– เรื่องน่าสนใจในในสงครามน้ำอัดลม ก็คือ แม้ Coca-Cola จะมียอดขายน้ำอัดลมมากกว่า Pepsi แต่รายได้รวมก็น้อยกว่า

นั่นเพราะ Pepsi มีการควบรวมกิจการอื่นเข้ามาด้วย เช่น ขนมขบเคี้ยว Frito-Lay และธุรกิจอาหาร

ทำให้ตอนนี้บริษัทมีรายได้จากเครื่องดื่มประมาณ 49% และรายได้จากของกินประมาณ 50% (ไม่รวมรายได้อื่นๆ)

ในขณะที่ Coca-Cola มีรายได้หลักคือเครื่องดื่มเท่านั้น จึงมีสัดส่วนกำไรที่มากกว่า และมีมูลค่ากิจการมากกว่า Pepsi

 

– ในสงครามรถค่ายเยอรมัน Daimler (Mercedes-Benz) และ BMW เป็นคู่แข่งกันมาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าน่าจะแข่งกันอย่างสนุก

ในตลาดโลก รวมถึงตลาดไทย ยอดขายของ Mercedes-Benz นั้นทำได้ดีกว่า แถมยังครองแชมป์ตลาดรถบรรทุกเป็นอันดับหนึ่งของโลก

แต่ในปีล่าสุด กลับเป็น BMW ที่มีกำไรสุทธิสูงกว่า

จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่ว่า แม้ตอนนี้ Daimler มีมูลค่ากิจการสูงกว่า แต่ก็อาจจะโดน BMW แซงหน้าในอนาคตอันใกล้ก็ได้

 

– สงครามอีคอมเมิร์ซ ยักษ์ใหญ่อเมริกัน vs ยักษ์ใหญ่จีน

แม้ Amazon จะทำยอดขายได้สูงมาก แต่ปรากฏว่ากำไรสุทธิในปีล่าสุด Alibaba กลับทำได้ดีกว่าเสียอย่างนั้น

นั่นเพราะรายได้กว่า 60% ของ Amazon จะมาจากการขายของออนไลน์ ซึ่งมีสัดส่วนกำไรที่น้อยกว่า

ส่วนทาง Alibaba มีรายได้กว่า 85% มาจากค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ที่เรียกเก็บจากผู้ขาย ทำให้สัดส่วนกำไรตรงนี้ดีกว่ากันมาก

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Amazon ก็ทำให้นักลงทุนให้ค่ากับกิจการนั้นสูงกว่า Alibaba เกิน 2 เท่าอีกด้วย

 

– ในสงครามร้านขายเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น

แม้ยอดขายจะชะลอตัวในช่วงปีที่ผ่านมา แถมผลจากโควิด-19 ในปีนี้ ยิ่งซ้ำให้ยอดขายของแต่ละแบรนด์ตกลงไปอีก

ทำให้มูลค่ากิจการของ Inditex (บริษัทแม่ Zara) ลดลงมาถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีก่อน

ขณะที่ Uniqlo แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นก็เติบโตชะลอตัว แต่ยังพอจะประคับประคองตัวเองต่อไปได้ แม้มูลค่ากิจการจะยังไม่แซงขึ้นไปยืนหนึ่งในเวลานี้ก็ตาม

แต่ในอนาคตอีกสัก 5-10 ปีข้างหน้า ธุรกิจการแข่งขันตรงนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแชมป์ให้เราเห็นก็ได้

 

– ปิดท้ายด้วยสงครามโซเชียล ระหว่างอันดับหนึ่งทั้งทั่วโลกและในไทย อย่าง Facebook ที่มียอดผู้ใช้งาน 2,400 ล้านคนต่อเดือน

กับ Twitter ที่มียอดผู้ใช้งานประมาณ 380 ล้านคนต่อเดือน

ถ้าเทียบกันตรงๆ คงยากที่จะชนะ เพราะนอกจาก Facebook จะนำขาดแล้ว ยังมีแม่ทัพใหญ่ในเครือที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น..

WhatsApp ผู้ใช้งาน 1,500 ล้านคนต่อเดือน

Messenger ผู้ใช้งาน 1,300 ล้านคนต่อเดือน

และ Instagram ผู้ใช้งาน 1,000 ล้านคนต่อเดือน

นอกจากตัวเลขจะต่างกันมากถึง 6 เท่าแล้ว ความสามารถในการสร้างรายได้จากค่าโฆษณาก็แตกต่างกันมากพอสมควร

เอาเป็นว่าสงครามนี้ เครือ Facebook ชนะขาดไปเลยแล้วกัน…

 

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

และเชื่อว่าคงมีสงครามของอีกหลายๆ ธุรกิจที่เราไม่ได้จับมาปะทะกันในครั้งนี้

เพราะฉะนั้น ใครมีข้อมูลของสงครามธุรกิจอะไรอีก มาร่วมพูดคุยและช่วยเสริมกันในคอมเมนต์ได้เลยครับ..

 

ใครคือผู้ชนะ ในสงครามธุรกิจระดับโลกเหล่านี้!?ข้อมูลน่าสนใจ:- เรื่องน่าสนใจในในสงครามน้ำอัดลม ก็คือ แม้ Coca-Cola…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...